Jakrapob-รำลึกวีรชน19พ.ค.-ราชประสงค์

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

บก.เรดพาวเวอร์ ยันจัดงานรำลึกรัฐประหาร


by TPNews, 2010-09-13 00:09:10

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เรดพาวเวอร์ แถลงข่าวหลังมีการสั่งปิดโรงพิมพ์และจับปรับสายส่งว่า แม้จะมี พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปิดโรงพิมพ์เอกชนที่จัดพิมพ์หนังสือให้เรา จนโรงพิมพ์ต้องเสียหายร่วม 10 ล้านบาท รวมทั้งจับปรับเงิน 10,000 บาท สายส่งหนังสือ แต่ยังยืนยันจะทำนิตยสารเรดพาวเวอร์ต่อไป โดยจะย้ายสำนักงานไปที่เชียงใหม่ ส่วนการสั่งปิดโรงพิมพ์ดังกล่าว จะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนตรวจสอบด้วย ทั้งนี้การจัดทำหนังสือพิมพ์เรดพาวเวอร์ในอนาคต ตนเองหวังจะระดมทุนเพิ่มและอาจเปลี่ยนจากหนังสือพิมพ์ราย 15 วัน เป็นรายสัปดาห์ให้ได้ภายใน 1 ปี

นายสมยศ ยังกล่าวถึง การจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายนว่า จะยังจัดกิจกรรมตามกำหนดเดิมทั้งใน กทม.บริเวณแยกราชประสงค์ โดยมีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ดูแล นอกจากนี้จะจัดกิจกรรมที่เชียงใหม่ซึ่งตนเองดูแลด้วย ขณะนี้กำลังติดต่อ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย, นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง, นางดารณี กฤตบุญญาลัย ที่จะให้โฟนอินมายังสถานที่จัดงาน ทั้งนี้ยืนยันว่าการจัดงานไม่ใช่การรวมพลชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะออกมาเคลื่อนไหว แต่การจัดกิจกรรมภาคประชาชนทั้งสิ้น ขออย่าวิตกเกินไป เพราะเราแสดงให้เห็นชัดเจนว่าจะทำกิจกรรมอะไรบ้าง และเราแสดงความชัดเจนไม่ได้ปฏิเสธแผนปรองดอง แต่การปรองดองในแนวทางของเราคือต้องการให้ปฏิรูปประเทศ และกระบวนการยุติธรรม การปล่อยนักโทษการเมือง การปฏิรูปให้มีรัฐสวัสดิการ การลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 เหลือ 5 % การจัดเก็บภาษีมรดกและภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า เป็นต้น ซึ่งเรื่องรัฐสวัสดิการ-ภาษีสามารถทำได้ทันทีไม่ต้องเวลาเป็นปีที่จะดำเนินการ

นายสมยศ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลอย่าพยายามที่จะใช้กฎหมายโดยเฉพาะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาป้องกันตัวเองจนเป็นอันตรายทำร้ายคนอื่นเหมือนที่ใช้กฎหมายสั่งปิดโรงพิมพ์ ขณะที่ตนเห็นว่าแม้จะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแต่ยังมีระเบิดรายวันก็ไม่รู้ว่าการคงไว้ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ช่วยควบคุมอะไรได้บ้าง แต่กฎหมายนี้กลับกระทบทุกภาคส่วนและการท่องเที่ยวอย่างมาก

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : เนชั่นทันข่าว

SMS-TPNews 13-9-53

1. "สมยศ" ยันจัดงานรำลึกรัฐประหารตามกำหนดเดิม (Wap Link)

2. “สมศักดิ์ฯ” ปัดบินพบ "ทักษิณ" ต่อรองตำแหน่งเลขาธิการพรรค-ยัน"นาย"แข็งแรงดี

3. "เสื้อแดงยัน 19 ก.ย.ชุมนุม ดึงจรัล,กี้ร์,ดารณีโฟน-สมยศเล็งเปิดRed Power ที่เชียงใหม่"

4. "นิติธร ล้ำเหลือ - ทนายพธม.จ่อยื่นค้านหมายจับคดีปิดสนามบินบ่ายนี้"

5. "จองบูทขายสินค้าโอทอปเสื้อแดง1-3ต.ค. ณ บิ๊กซี ลาดพร้าว ติดต่อลุงจุก-0820662819"

6. "ผบช.น.ปูด เตรียมตร.2กองร้อย คุมเชิงคนเสื้อแดงชุมนุม19 ก.ย.-ราชประสงค์"

7. เสวนา “4ปีรัฐประหาร 4เดือนราชประสงค์ฯ” 15 ก.ย.14.00น.บิ๊กซี ลาดพร้าว ช.5"

8. "พร้อมพงศ์เผย "ยงยุทธ" อาจกลับเป็นหน.พท.อีก เพราะเป็น 1 รายชื่อในแคนดิเดท"

9. "จตุพร" ประกาศลั่น ขวางปรองดองทุกวิถีทาง หากรัฐบาลยังละเลย 91 ศพ

10. "โกวิท"ถอนตัวนั่งหน.พท. ไม่ได้สมัครสมาชิกพรรค - ส.ส.หนุน"ยงยุทธ" คัมแบ็ก

11. "แดงราชบุรีนัด"ปูเสื่อกินข้าว เล่าเรื่องให้ฟัง" 19 ก.ย.สนามกีฬากลาง ราชบุรี 14น."

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ป้ายใหม่เอี่ยม หน้าสนามกีฬาจังหวัดราชบุรี


"คุณพรทิพย์ ปักษานนท์" แกนนำเสื้อแดง จังหวัดเพชรบุรี และกลุ่มเสื้อแดงตะวันตก ส่งข่าวมายังพวกเรา ว่า หลังจากที่มีข่าวพวกเราชาวเสื้อแดงนัดหมายรวมตัวกันทำกิจกรรม "ปูเสื่อกินข้าว เล่าเรื่องให้ฟัง" ในตอนเย็นวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ย. ก็ได้มีปรากฏการณ์ใหม่เกิดขึ้นที่สนามกีฬาจังหวัดราชบุรี
เหตุการณ์ที่ว่านี้ก็คือ เมื่อบ่ายวานนี้ (16 ก.ย.) ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทยราชบุรี ได้นำป้ายขนาดใหญ่มาติดตรงทางเข้า ข้อความ "ห้ามใช้กิจกรรมเพื่อหาผลประโยชน์ทางการเมืองโดยเด็ดขาด" ดังปรากฏตามภาพ

แต่ทางกลุ่มผู้จัด ก็ยังยืนยันที่จะใช้สิทธิพลเมือง ในการนัดหมายออกกำลังกาย นั่งพูดคุย และทานอาหารเย็นร่วมกันตามกำหนดการเดิม... จึงขอรายงานข่าวมาให้ทราบ

หมายเหตุ ขณะรายงานข่าว "คุณพรทิพย์ฯ" บอกว่าได้ยินเสียงตะโกนดังๆ มาจากกลุ่มผู้จัดว่า "กูไม่กลัวมึง...หุย..ฮา"

----------------------------------------------------------------------------------------------

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

เสวนา "4 ปีรัฐประหาร 4 เดือนราชประสงค์ ประชาชนขอคืนอำนาจ"

เชิญร่วมฟังการเสวนา "4 ปีรัฐประหาร 4 เดือนราชประสงค์ ประชาชนขอคืนอำนาจ"

วันพุธที่ 15 กันยายน 2553 เวลา 14.00-18.00 น. ณ บิ๊กซี ลาดพร้าว ชั้น 5 (หน้าลิฟต์)

พบกับวิทยากร :

- ส.ส.สุนัย จุลพงศธร
- ส.ส.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
- รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
- รศ.ดร.สุดา รังกุพันธุ์
- นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูษิตสกุล

ดำเนินรายการโดย : "สมยศ พฤกษาเกษมสุข"

---------------------------------------------------------

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

เสื้อแดงแห่ร่วมงานศพการ์ดรักเชียงใหม่ล้นหลาม


by TPNews, 2010-09-12 23:57:09

เมื่อเวลา 10.30 น. 12 ก.ย. บริเวณวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สถานที่ตั้งศพของนายกฤษดา กล้าหาญ อายุ 21 ปี เหยื่อกระสุนปืนเอ็ม 16 ที่ถูกยิงเมื่อคืนวันที่ 30 ส.ค. และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 4 ก.ย. มีกลุ่มคนเสื้อแดงจากทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมงานศพที่จะมีการเคลื่อนศพของนายกฤษดาไปเผาที่สุสานหายยา ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ บรรยากาศเนืองแน่นไปหมดทำให้บริเวณวัดแคบถนัดใจ ส่วนที่เหลือต้องไปรอร่วมขบวนบริเวณหน้าโรงแรมวโรรส แกรนด์ พาเลซ อยู่ด้านหลังวัดพระสิงห์

จนกระทั่งเวลา 12.30 น. เป็นเวลาเคลื่อนศพไปสุสาน มีการจัดริ้วขบวนความยาวร่วม 1 กิโลเมตร มีพระครูสุเทพสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง พระอาจารย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั่งบนรถนำขบวนศพออกวัด เนื่องจากมีผู้คนร่วมขบวนจำนวนมากต้องใช้เวลาจัดขบวนร่วม 1 ชั่วโมง ซึ่งงานศพที่ทุกคนพร้อมใจกันใส่เสื้อแดง สร้างความสนใจแก่ชาวต่างประเทศที่มาเที่ยววัด ต่างพากันถ่ายรูปไว้และซักถามว่าเป็นขบวนแห่อะไร ถึงมีผู้คนมากมายอย่างนี้ ซึ่งทางผู้รู้ภาษาอังกฤษของคนเสื้อแดงต้องอธิบายให้ทราบว่า คนที่เสียชีวิตถูกอำนาจรัฐสั่งฆ่าหลังจากชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวรานงานว่า ขบวนศพได้เคลื่อนออกจากวัดตลอดเส้นทาง 2 กิโลเมตร จากวัดถึงสุสาน จะมีคนเสื้อแดงยืนเรียงรายตลอดเส้นทาง เนื่องจากขบวนยาวมากและมีผู้คนจำนวนมาก ทำให้เส้นทางระหว่างวัดพระสิงห์ไปสุสานหายยา การจราจรเป็นอัมพาต รถติดยาว โดยบรรยากาศมีการโห่ร้องและจุดดอกไม้ไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าตลอดเส้นทางจนถึงสุสานและบริเวณสุสาน 

โดยบริเวณสุสาน มีคนเสื้อแดงไปรออยู่จนแทบเต็มความจุ ทั้งร่วมขบวนและอยู่ในสุสาน น่าจะมากกว่า 8,000 คน ที่สุสานมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง พร้อมทั้งส.ส.เพื่อไทย จากจังหวัดต่างๆ กว่า 20 คนเดินทางไปร่วมงาน โดยก่อนที่จะมีการเริ่มพิธีศพ นายสมชายได้นำเงิน 100,000 บาท ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ฝากมาให้ พร้อมกำชับให้ช่วยเหลือครอบครัวของนายกฤษดา ด้วย มีน.ส.นงนุช คำป้อ ภรรยาสาวที่ร่วมชะตากรรมขณะมีเกิดเหตุรับมอบ

ด้านนายสมชายกล่าวกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาร่วมงานศพว่า ตนเคยมาร่วมงานศพในเชียงใหม่หลายงาน แต่ไม่เคยเห็นงานศพไหนจะมีคนมาร่วมงานจำนวนมากมายเช่นนี้มาก่อน แสดงว่านายกฤษดาเป็นคนดี เลือดสีแดงที่เข้มข้น รักประชาธิปไตย รักประเทศชาติบ้านเมืองเหมือนคนไทยทุกคน การตายในครั้งนี้ นายกฤษดาไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่ได้ไปทำความเดือดร้อนให้กับใคร การตายครั้งนี้ต้องมีเงื่อนงำ ตนไม่ต้องพูดว่ามาจากเรื่องอะไร ขอให้ตำรวจจับคนก่อเหตุให้ได้ จะได้รู้ว่าใครเป็นคนทำ และเห็นว่าในวันที่ 19 ก.ย.นี้ จะมีการเตรียมกำลังทหารตำรวจไว้จำนวนมาก เพราะเกรงว่าคนเสื้อแดงจะก่อปัญหา ตนเห็นว่าคนเสื้อแดงทำอะไรก็ว่ามีปัญหาหมด แต่พอกลุ่มอื่นทำกลับไม่มีปัญหา ขอให้เราชุมนุมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เราเรียกร้องประชาธิปไตย และเรารักทักษิณ มันผิดกฎหมายหรือ ตนเองรักทักษิณมานานแล้ว และยังรักน้องทักษิณอีกด้วย ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ดังนั้นตนจึงขอให้คนเสื้อแดงทำอะไรก็ได้ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ แต่ไม่ให้ผิดกฎหมาย ทำกันอย่างสร้างสรรค์ ชักจูงกันมาทำบุญคงไม่เป็นไร แต่ใครอย่ามาทำอะไรกับพวกเรา หากทำไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ส่วนพ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า มางานศพของนายกฤษดาแล้ว เห็นว่าเป็นงานศพไพร่ที่ยิ่งใหญ่กว่างานศพของอำมาตย์ ถือว่าคนเสื้อแดงมีน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ ในช่วงที่ประเทศต้องการความปรองดองสมานฉันท์ แต่ความปรองดองจะต้องไม่ใช่การจำนน การปรองดองจะต้องตั้งอยู่บนมาตรฐานความยุติธรรม และบ้านเมืองจะต้องมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อฆาตกรที่สั่งฆ่าคนมือเปล่าต้องได้รับการลงโทษ เหมือนเช่นนายกฤษดาที่ถูกกระทำในครั้งนี้ จากพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมจากรัฐบาลทรราชที่กระทำกับคนเสื้อแดง โดยใช้คำว่ากระชับพื้นที่ที่โหดเหี้ยมที่สุดในโลก จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นายกฤษดาที่รอดชีวิตมาจากกรุงเทพฯ แล้ว แต่ยังถูกตามล่าสั่งตายด้วยอาวุธสงครามอีก จึงขอให้ดวงวิญญาณการตายของนายกฤษดาฝากไปถึงอำมาตย์ว่า การตายครั้งนี้ยิ่งตายก็ยิ่งเกิดขึ้นมาอีกมากมาย และขอบอกให้อำมาตย์ได้รับรู้ว่า คนเสื้อแดงไม่มีวันตาย จะเรียกร้องประชาธิปไตยต่อไปไม่มีเลิก

ด้านนายจตุพร แกนนำคนสำคัญ กล่าวแก่ผู้ที่มาร่วมงานศพว่า ต้องขอคารวะดวงวิญญาณนายกฤษดาที่เสียชีวิตในครั้งนี้ รัฐบาลชุดนี้พูดคำว่าปรองดองทีไรก็จบลงบนกองศพ ลงบนความขมขื่นที่สุด คนที่สั่งฆ่านายกฤษดาจะต้องมีจุดจบที่ไม่แตกต่างไปจากนายกฤษดาอย่างแน่นอน ตนขอบอกไปถึงคนที่สั่งฆ่าว่า คุณฆ่าคนเสื้อแดงไม่หมดหรอก ยิ่งฆ่าก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมา ในเชียงใหม่มีการยิงระเบิดใส่ค่ายทหาร และในวันนี้มีการยิงระเบิดใส่บ้านพ่อตาบางคน เพื่อจะกลบเรื่องที่กลุ่มเสื้อแดงที่มางานศพในวันนี้ ตนจึงบอกว่าภารกิจของคนเสื้อแดงยังไม่จบ หากยังมีการสั่งไล่ล่าคนเสื้อแดงเช่นนี้ เราก็จะสู้ต่อไป ไม่ว่าชาตินี้จนไปถึงชาติหน้า ขอให้คนเสื้อแดงเชื่อมั่นต่อกัน พวกเราในขณะนี้มีอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งยังถูกจับไว้ อีกกลุ่มหนึ่งยังถูกไล่ล่า ตนได้ไปเยี่ยมนายณัฐวุฒิมา นายณัฐวุฒิได้ฝากมาบอกว่า อย่าเอาเรื่องอิสรภาพของเขามาเป็นข้อต่อรอง ขอให้ต่อสู้ต่อไป ตนขอยืนยันว่า การต่อสู้ ประชาชนจะต้องชนะ แม้จะนานแค่ไหนก็ตาม และตนขอให้จำคำพูดตนไว้ในวันที่เปลี่ยนรัฐบาลชุดนี้ และพวกเราได้ไปเป็นรัฐบาลบ้าง ตนจะสร้างอนุสาวรีย์วีรชนให้กับพวกเราที่เสียสละเพื่อประชาธิปไตย และตนขอบอกว่า ในวันนั้นขอให้เก็บตรวนทุกคู่ที่ใส่ขานายณัฐวุฒิ และพวกของเราทุกคน รวมทั้งนายกฤษดาในครั้งนี้ ฆาตกรไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ หรือใครก็ตาม จะต้องถูกตนตีตรวนเหมือนที่เขาทำกับเรา จึงขอให้ร้องไปยังกรมราชทัณฑ์ให้เก็บโซ่ตรวนเหล่านี้ไว้ให้ดี นายอภิสิทธิ์จะได้เลือกว่าจะใส่ของนายณัฐวุฒิหรือของใคร ในวันนี้เห็นสัมภาษณ์ว่า นายจตุพรอย่าขัดขวางการปรองดอง ตนก็ขอถามว่าพวกคุณหยุดฆ่าพวกเราหรือยัง ตนจึงขอให้พวกเรารวมใจกันเพื่อต่อสู้กันต่อไป และนายกฤษดาจะต้องไม่ตายฟรี คนผิดจะต้องชดใช้กรรม ขอพวกเราอย่ายอมแพ้แม้จะนานเพียงใดก็ตาม

-----------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ 

SMS-TPNews 12-9-53

1. "มาร์คผวา! วันนี้ย้ายเชื่อมั่นประเทศไทยไปจ้อช่อง3 หลังช่อง11โดน M79"

2. "สมยศฯ แถลงโต้ศอฉ.ปิดRed Powerและแผนชุมนุมใหญ่ วันนี้ 13.30 ที่บิ๊กซี ลาดพร้าว ช.5"

3. บทความ "สมัครภาคสอง" โดย กาหลิบ (Wap Link)

4. "พบวิดีโอลิ้งค์"จักรภพ"วันนี้ ในงานเสวนา ที่ ม.ราชภัฎเชียงราย เริ่มงาน13น"

5. "12ก.ย.ปั่นจักรยานกับบก.ลายจุด นัดพบแยกราชประสงค์ (หน้าเกษรพลาซ่า) 17.00น."

6. "ฮุน เซน"หารือ"อภิสิทธิ์"นอกรอบ เวทีสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ นิวยอร์ก 24 ก.ย นี้"

7. "แดงราชบุรีนัด "ปูเสื่อกินข้าว เล่าเรื่องให้ฟัง" 19ก.ย.ที่สนามกีฬาราชบุรี เริ่มงาน14น."

8. "พท." ยัน "ปชป."อุ้มพยานปากเอกคดียุบพรรค "ธงชัย ดลศรีชัย" หมกตัวเงียบ"

9. “พร้อมพงศ์” คาดตัดสินยุบปชป.ไม่เกิน พ.ย. นายกฯชิงยุบสภาหนี จัดเลือกต้นปีหน้า

10. "สมาชิกTPNews อ่านข่าว,ค้นข้อมูลเพิ่มที่ ได้ที่ wwwthaipeoplenews.blogspot.com"

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

สมัครภาคสอง โดย กาหลิบ


by TPNews, 2010-09-12 01:47:08

คอลัมน์ : เมืองไทยหรือเมืองใคร? เรื่อง : สมัครภาคสอง โดย : กาหลิบ

สื่อลงข่าวกันครึกโครมว่า หลังการลาออกของหัวหน้าเพื่อไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ผู้จะมาสวมตำแหน่งแทนซึ่งอาจเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปก็ได้ คืออดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ คือ พลตำรวจเอกโกวิท วัฒนะ

ใครกดปุ่มมาอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ผู้คนก็ออกจะเชื่อข่าวนี้กันมาก เพราะมาพร้อมกับการอำลาเก้าอี้ที่รักษาการมายาวนานของอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยอย่างนายยงยุทธฯ และเกิดขึ้นพร้อมกระแสโหมกระหน่ำอย่างหนักเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ราวกับว่าจะได้เลือกตั้งกันในเร็ววันนี้ จนคนจำนวนไม่น้อยก็พลอยเชื่อว่าฝ่ายเราจะได้อำนาจรัฐกลับคืนมาในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

เมามันไปตามๆ กัน

ชื่อของพลตำรวจเอกโกวิทฯ ทำให้เกิดความคิดแตกออกไปหลายทาง ในแง่ความเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์มาเป็นตั้งๆ ก็คงจับมาถ่ายเต็มยศโชว์ชาวบ้านได้โดยไม่น้อยหน้าใคร

แต่ในแง่ส่งเสริมประชาธิปไตยต้องพิจารณากันให้ดีและรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าดีกว่าตัวแทนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของฝ่ายตรงข้ามอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายชวน หลีกภัย หรือนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งได้ลาออกจากระบอบประชาชนไปรับราชการก้าวหน้าอยู่ในระบอบเผด็จการโบราณเสียแล้ว

ความเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ต้องชัดเจนว่าสะท้อนความเป็นประชาธิปไตยในทุกมิติ เพราะวันนี้มวลชนคาดหวังสูงและมีความรู้อย่างยิ่งเกี่ยวกับคนเด่นๆ ในวงการเมือง รู้แม้กระทั่งว่าใครมีวิสัยสันดานอย่างไร

การต่อสู้ทางการเมืองที่ผ่านมาสี่ปีเป็นมหาวิทยาลัยรัฐศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ของระบอบประชาชน ที่สอบผ่านมาด้วยหยาดเหงื่อ เลือด และน้ำตา จะไม่เกิดตาสว่างบ้างให้มันรู้ไป ขนาดคนที่เคยตาบอดมาตลอดชีวิตบางคนยังตาสว่างขึ้นมาแล้วในวันนี้

ถึงพลตำรวจเอกโกวิทฯ จะเป็นคนในระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพคนเดียวที่ไม่ปรากฏตัวในที่เฝ้าฯ เมื่อใกล้วันอังคารที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ที่เขายึดอำนาจจากรัฐบาลที่ประชาชนเลือกเข้ามา จนพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ต้องยกโทรศัพท์ไปยื่นคำขาดบางประการ หลังจากผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ด้วยกันที่นั่นกล่าวชัดว่าต้องคอยโกวิท สุดท้ายโกวิทก็ต้องมาจริงๆ โดยเป็นขบวนใหญ่มาจากสามพราน ก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นตัวแทนของระบอบประชาชนได้ในทันที

เรื่องที่ไม่ปรากฏตัวในเวทีการต่อสู้นั้นยกไว้ เพราะคนเราสู้ได้หลายทาง ยอมรับตำแหน่งในสมัยที่พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาลรอบสองท่ามกลางคมหอกคมดาบก็ต้องถือว่าหัวใจใหญ่เอาการอยู่

แถมยังเอ่ยวลีอมตะทิ้งไว้ในวงการเสียด้วยว่า “พันธมิตรฯ เขาเป็น “ม็อบมีเส้น”เรียกว่าเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อนกับเขาด้วยคนหนึ่ง

ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวพลตำรวจเอกโกวิทฯ ซึ่งพออาศัย แต่อยู่ที่ตัวพลตำรวจเอกโกวิทฯ สะท้อนความต้องการอะไรของพรรคเพื่อไทยออกมา

สะท้อนว่าฝ่ายประชาชนพร้อมสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง

สะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมจะให้การเลือกตั้งเป็นกุญแจไขไปสู่การปฏิรูปหรือปฏิวัติสังคมไทยหรือสะท้อนว่าต้องการจะเอาใจใครเท่านั้น?
ถ้าหนักไปทางประโยคหลัง โปรดอย่าลืมบทเรียนสมัยที่นายสมัคร สุนทรเวชเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชาชนเอาไว้ให้ดีด้วย คราวนั้นก็นึกอย่างเดียวกันไม่ใช่หรือว่าจะเอา “ของโปรด” มาเป็นนายกรัฐมนตรีให้ ความขัดแย้งใดๆ จะได้เบาบางลงหรืออาจจะหมดไปเลย

แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นปมขัดแย้งขนาดใหญ่ชนิดไม่น่าเชื่อ พังทลายเป็นแถบๆ จนกระทั่งบัดนี้ เพราะไม่อาจทำหน้าที่กาวใจเชื่อมคนที่โกรธกันให้กลับมาญาติดีกันได้ มิหนำซ้ำยังพาให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายกรัฐมนตรีระยะใกล้กับนายกรัฐมนตรีระยะไกล มีปัญหาตามมาด้วย กลายเป็นวิกฤติใหม่ที่คาดไม่ถึงในขณะนั้น
ได้ข่าวมาเหมือนกันนะครับว่า ท่านใหม่ท่านก็มีสไตล์ของท่านเองอยู่ ไม่ชอบใจใครท่านไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมอยู่เหมือนกัน จึงควรคุยกันเสียให้ดี

จะได้ไม่พลาดบ่อยครับ.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : http://www.democracy100percent.blogspot.com/
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข่าว SMS ของฝ่ายประชาธิปไตย เชิญสมัครสมาชิก SMS-TPNews โดยทีมงานเสื้อแดง เที่ยงตรง ไม่บิดเบือน ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146 ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน Call center: 084-4566794-5 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)/e-mail : tpnews2009@gmail.com /wwwthaipeoplenews.blogspot.com

“เนวิน“ ไม่หวั่นข่าวจะถูกลอบสังหาร


by TPNews, 2010-09-12 01:11:22

นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เพิ่งทราบกระแสข่าวลอบสังหารจากสื่อมวลชน แต่ไม่ได้กังวล เพราะอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ส่วนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ต้องไปสอบถามจากฝ่ายความมั่นคง พร้อมปฏิเสธแสดงความเห็นเรื่องแผนปรองดองของพรรคเพื่อไทย แต่แนะให้ทุกฝ่ายรอดูต่อไป เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำไม่ใช่คำพูด

ส่วนที่มีข่าวว่าพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผบ.ตร. จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ หากเป็นเรื่องจริง ถือว่าเป็นโชคดีของพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นคนดี และมีความจงภักดีจริง แต่เป็นห่วงว่าความเป็นคนดี จะมีจุดจบเช่นเดียวกับนายสมัคร สุนทรเวช เพราะการเข้าสู่วงการการเมือง ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการดูแลคนในพรรคเพื่อไทยให้ทั่วถึง

สำหรับข่าวการรวมตัวของ 8 ส และ 1 ส พิเศษ เพื่อตั้งพรรคการเมือง นายเนวิน กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด เพราะจากการพูดคุยกับอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวขอย้ำอีกครั้งว่า จะไม่กลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : Spring News

บก.ลายจุดเตรียมเคลื่อนไหวในช่วงครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร


by TPNews, 2010-09-12 01:08:50

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด หรือ แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง เปิดเผยถึงกิจกรรมการเคลื่อนไหว ในโอกาสครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร 4 เดือน ที่ราชประสงค์ ในวันที่ 19 ก.ย. ที่จะถึงนี้ว่า เพื่อเป็นการรำลึกถึง 2 เหตุการณ์ที่ผ่านมาว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะทำการรวมตัวกัน เพื่อจัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ ได้แก่ ที่ จ.เชียงใหม่ จ.อุบลราชธานี และ จ.ราชบุรี ส่วนในต่างประเทศ จะมีการจัดกิจกรรมที่ ชิคาโก้ ออสเตรเลีย ลอนดอน สวีเดน ญี่ปุ่น และ เยอรมนี ซึ่งในวันที่ 19 ก.ย. ในเวลา 17.00 น. ที่ กทม. ทางกลุ่มจะมีการปล่อยลูกโป่งสีแดง ภายใต้ชื่องาน จดหมายถึงฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมแรก และตามมาด้วยกิจกรรมพิเศษ คือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามเคลื่อนไหว และกิจกรรมสุดท้าย คือ กิจกรรมผูกผ้าแดง 100,000 ผืน

ส่วนในวันนี้ เวลา 17.00 น. จะมีการปั่นจักรยานเพื่อสำรวจพื้นที่โดยรอบบริเวณ เริ่มจากแยกราชประสงค์ ประตูน้ำ อนุสาวรีย์ชัย ซอยรางน้ำ และสิ้นสุดที่บริเวณดินแดง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการจัดกิจกรรมในวันจริง

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : Voice TV

บิ๊กบัง เชื่อ โกวิท นั่งหัวหน้าเพื่อไทยได้


by TPNews, 2010-09-12 00:57:06

11ก.ย.53 รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ได้ออกมากล่าวถึงกรณีการเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของ พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่น 6 ผ่านผู้สื่อข่าวคมชัดลึกออนไลน์ ว่า

“ตนเชื่อว่า พล.ต.อ.โกวิท จะทำหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ แม้จะมีส.ส.อีสาน ของพรรคเพื่อไทยออกมาคัดค้านก็ตาม โดยมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่สมาชิกพรรคบางกลุ่มไม่เห็นด้วยแต่ทุกคนต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ ส่วนการจะได้เป็นหัวหน้าพรรคจริงๆ หรือไม่นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคว่าจะมีมติเป็นเช่นไรส่วนตนคงไม่มีอะไรแนะนำ เพราะต้องรอให้ได้เป็นก่อนจึงอาจพูดคุยกันในฐานะเพื่อนได้” พล.อ.สนธิ กล่าว

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : MThai News

"สมยศ" โผล่ เผยกลัวโดนอุ้มหลัง"เรดพาวเวอร์"ถูกปิด


by TPNews, 2010-09-12 00:53:19

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการ นสพ.เรด พาวเวอร์ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่า ตนเองได้หายไป หลังจากที่มีตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี บุกตรวจค้น และปิดโรงพิมพ์ นสพ.เรด พาวเวอร์ ย่านนนทบุรี นั้น ความจริงก่อนหน้านั้น ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคน นั่งรถตู้มาหาตนที่บ้าน โดยทั้งหมด แต่งชุดซาฟารี และถามยามว่า ตนอยู่หรือไม่ พอทราบว่า ไม่อยู่ก็กลับไป จากนั้นก็มีข่าวปิดโรงพิมพ์

นอกจากนี้ ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ก็บุกจับสายส่ง นสพ.ของตนเองด้วย โดยนำตัวไป รับเป็นเงิน 10,000 บาท ในข้อหาขาย นสพ.ให้ตนเอง เพื่อความปลอดภัย ตนจึงหลบไปชั่วคราว เพราะอาจจะถูกอุ้ม หรือ จับกุมตัวไปได้ โดยมองว่า สถานการณ์ในช่วงนี้ล่อแหลมอย่างมาก มีการตัดเส้นทางหลายๆ อย่างของคนเสื้อแดง รวมทั้งการก่อเหตุรุนแรงหลายจุดด้วย และเห็นว่า รัฐบาลใช้อำนาจของ พ.ร.ก.เกินกว่าเหตุแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายสมยศ กล่าวต่อว่า ตนเองจะดำเนินการผลิต นสพ.เรด พาวเวอร์ ต่อไป และในวันที่ 12 ก.ย. เวลา 13.00 น. ตนจะแถลงข่าวในเรื่องนี้อย่างหมดเปลือกอีกครั้ง ที่ห้างอิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : INN ONLINE

แดงอุดรฯ ตาสว่าง 19 ก.ย.ไม่เคลื่อนเกรงฉุกเฉิน


by TPNews, 2010-09-12 00:49:20

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานีว่าหลังจากจากที่มีข่าวว่า คนเสื้อแดงในหลายจังหวัดจะมีการเคลื่อนไหว รวมตัวชุมนุมเนื่องในวันครบรอบ 4 ปี ที่มีการปฏิวัติยึดอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ในขณะที่หน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต่างจับตาดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงใน จ.อุดรธานี ที่ พ.ต.ท.ทักษิณฯ ประกาศว่าเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง ว่าจะมีการรวมตัวกันในช่วงสัปดาห์หน้าหรือไม่ เพราะ จ.อุดรธานี ยังคงเป็นจังหวัดที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่อยู่

เมื่อเวลา 14.20 น.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร หนองเหล็ก ซ.9 เทศบาลนครอุดรธานี ที่เคยเป็นสถานที่ชุมนุมของกลุ่มสมาชิกชมรมคนรักอุดร พบว่าที่สถานีฯ ได้มีการรื้อถอนตัวอาคาร ด้วยรถแมคโฮ และเตรียมที่จะนำเศษปูนที่รื้อตัวอาคารออก เพื่อจะเกลี่ยปรับพื้นที่ให้ว่าง ส่วนตัวเสาอากาศส่งสัญญาณ ได้มีการรื้อถอนออกไปก่อนหน้า แต่เนื่องจากฝนที่ตกลงมาหลายวัน ทำให้วันนี้ไม่สามารถรื้อปรับพื้นที่ได้ ส่วนสมาชิกชมรมฯไม่มีใครที่มาดูการรื้อถอนตัวอาคาร มีเพียงเจ้าของที่ดินที่ให้ทางชมรมคนรักอุดรเช่า มาดูสภาพการรื้อถอนเท่านั้น

เจ้าของที่ดินที่เคยเป็นคนเสื้อแดง เปิดเผยว่า ได้ให้นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เช่าที่ดินแปลงนี้ 3 ปี ซึ่งขณะนี้หมดสัญญาเช่าพอดี จึงให้รื้อถอนให้เหมือนสภาพว่างเปล่าก่อนเช่า ซึ่งตนเองก็เคยเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนเสื้อแดงมาก่อน แต่ขณะนี้ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำมาหากินกัน ยังไม่มีการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการชุมนุมอีก อีกทั้งอุดรธานี ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ แต่หากยกเลิก พ.ร.ก.ไปแล้ว อาจจะมีผู้มาร่วมชุมนุม เพราะว่าคนเสื้อแดงที่เป็นชาวบ้านรากหญ้าอีกมาก พร้อมที่จะเคลื่อนไหว ถึงแม้ว่าจะไม่มีผู้นำ แต่ก็ยังมีหลายคนที่พร้อมจะขึ้นมาเป็นผู้นำ

และในวันที่ 19 กันยายน ที่คนเสื้อแดงหลายจังหวัดจะมีการเคลื่อนไหว ซึ่งที่ จ.อุดรธานี เท่าที่พูดคุยกับเพื่อนที่เคยร่วมชุมนุมด้วยกัน โดยเฉพาะในเขตเมืองและอำเภอรอบๆ ก็บอกว่าคงต้องถอยห่างออกมาก่อน เพราะที่ผ่านมาได้วิเคราะห์กันว่า ที่ผ่านมาพวกเราออกไปเคลื่อนไหวชุมนุมแล้วได้อะไรกลับมาบ้างหรือไม่ ฉะนั้นในวันที่ 19 กันยายนนี้ คงจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่อุดรธานี แต่หากว่ามีการยกเลิก พ.ร.ก.แล้ว อาจจะมีคนออกมาเคลื่อนไหว แต่จะไม่มากเหมือนก่อน

พ.อ.อำนวย จุลโนนยาง เสนาธิกา มทบ.24 ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า จากการตรวจสอบข่าวจากหน่วยงานต่าง ๆ ไม่พบว่า ในช่วงสัปดาห์หน้าไปจนถึงวันที่ 19 กันยายน ไม่มีข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัด ที่จะออกมาชุมนุม ซึ่งสถานีวิทยุของคนเสื้อแดงในจังหวัดที่เคยอยู่ในข่ายเฝ้าระวัง 2 สถานี คือของชมรมคนรักอุดร และที่ อ.หนองหาน ก็ไม่มีการออกอากาศ และ จ.อุดรธานี ยังคงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ หากมีการชุมนุมก็จะเป็นความผิด ซึ่งหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : คมชัดลึก

มาร์คผวา M 79 ย้ายเชื่อมั่นประเทศไทยไปจ้อช่อง 3


by TPNews, 2010-09-12 00:46:40

(11ก.ย.) แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าวันนี้ (12 ก.ย.) เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ย้ายสถานที่จัดรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" จากห้องส่งสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.11) หรือช่อง 11 ไปยังช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ ย่านพระราม 4 และในสัปดาห์ต่อๆไปมีความเป็นไปได้ว่ารายการฯ จะกลับมาถ่ายทอดสดจากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลตามเดิม หลังจากช่อง 11 ถูกยิงด้วยระเบิดชนิดเอ็ม 79 เมื่อไม่นานมานี้

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : คมชัดลึก

พท.ฉะ“มาร์ค”เกินกว่า 2 มาตรฐาน ใช้เวลาบริหารประเทศเยี่ยม “เอเอสทีวี”


by TPNews, 2010-09-12 00:40:55

วานนี้ ( 11 ก.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีใช้เวลาในการบริหารประเทศให้กับคน กว่า 65 ล้านคนไปเยี่ยม นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถึง เอเอสทีวี เห็นได้ชัดว่าวันนี้รัฐบาลขึ้นหลังเสือ ครั้นจะลงแบบง่ายๆ คงลำบาก แต่สื่อที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล กลับไร้การเหลียวแลทำอย่างกับไม่ใช่คนไทยด้วยกัน แถมยังโดนข่มขู่ คุกคาม แทรกแซงตลอด และคำพูดที่ว่ารัฐบาล 2 มาตรฐานเลือกที่รักมักที่ชัง พวกมึงไม่ใช่พวกกู หรือ รักลูกคือประชาชนไม่เท่ากันนั้น

พรรคเพื่อไทยมองว่า วันนี้มันคงเลยคำพูดเหล่านี้ไปแล้ว เพราะรัฐบาลเข้าเกียร์เดินหน้ายัดเกียร์ 5 ดับไฟหน้าเข้าซอยมืด โดยไม่สนว่าจะไปชนคนเจ็บคนตายหรือใครหน้าไหนแล้ว ดังนั้นพรรคฝ่ายค้านจะเก็บรวบรวมหลักฐานและการกระทำของรัฐบาลชุดนี้ให้มากที่สุดเพื่อตรวจสอบ และตีแผ่ต่อไป.

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

SMS-TPNews 11-9-53

1. "ทักษิณ" สัมภาษณ์พิเศษ ยันปรองดอง (Wap Link)

2. "ตร.คุมเข้ม 24 ชม.โรงพิมพ์"เรด พาวเวอร์"ห้ามคนเข้าออก ห้ามเคลื่อนย้าย"

3. วันนี้"จักรภพ"โฟนอินงานเสวนา ห้องอาหาร"เรือนเกศินี" รามอินทรา ซ.3 เวลา 19 น.

4. “สุเทพ”บอกไม่กังวลเสื้อแดงนัดชุมนุม 19 ก.ย.-ยืนยันเชียงใหม่ไม่ประกาศพรก.ซ้ำ

5. "สนใจจองบูทโอทอปเสื้อแดง 1-3 ต.ค. ณ บิ๊กซี ลาดพร้าว ติดต่อลุงจุก 082-0662819"

6. “โกวิท”เตรียมลงสมัครสังกัดพท.13 ก.ย.นี้-ยังปฏิเสธตอบรับนั่งหน.พรรคหรือไม่"

7. "ปาตี้ผีๆ-เปิดตัวชมรมราษฎร์ประสงค์" 17-22น.วันนี้ ที่ 13 เหรียญงามวงศ์วาน"

8. "งานเสวนาที่ ซ.ร่วมสุข 5 (ซ.บ้านพักคนชรา) ปทุมฯวันนี้ "จักรภพ"โฟนอิน20.30น."

9. "สวมเสื้อแดงร่วมงานเผาศพ"น้องเจมส์" 12ก.ย.วัดพระสิงห์ ชม. กำหนดพิธี 10-17น."

10. "พท.อัดมาร์ค 2 มาตรฐานชัดแจ้ง หลังเยี่ยมASTV แต่สื่อที่ตรวจสอบรัฐกลับไม่เหลียวแล"

11. "12กย.ปั่นจักรยานกับบก.ลายจุด นัดพบแยกราชประสงค์ (หน้าเกษรพลาซ่า) 17.00น."
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สนนท." อ่านแถลงการณ์ด่า“มาร์ค”เผด็จการ


by TPNews, 2010-09-11 00:53:17

วันนี้ (10 ก.ย.) ที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ประมาณกว่า 10 คน นำโดย น.ส.สุญญาตา เมี้ยนละม้าย โฆษก สนนท. ได้มายืนอ่านแถลงการณ์ “10 กันยา รู้ทันนายกรัฐมนตรี” โดยมีใจความตอนหนึ่ง ว่า ตามที่สโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้จัดให้มีงานนิสิตนักศึกษาพบนายกฯ ในวันเดียวกันนี้ เป็นผลพวงมาจากที่กลุ่มนักศึกษาพยายามชูป้ายประท้วง และขอยื่นจดหมายต่อนายกฯ ในงานครบรอบ 60 ปี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ถูกขัดขวาง ทำให้นายกฯ ต้องจัดการพบนิสิตนักศึกษาในวันนี้ ซึ่งพวกเราเห็นว่าเป็นเพียงละครปาหี่ตบตาประชาชนอย่างที่เคยทำมาตลอด และเป็นเครื่องมือสร้างภาพที่ถูกหยิบยกมาใช้ เพื่อบริหารความนิยมชมชอบ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีให้กับรัฐบาลมือเปื้อนเลือดเท่านั้น และการที่กลุ่มนักศึกษามาเข้าพบในครั้งนี้ ไม่ใช่การยอมร่วมสังฆกรรมกับคณะละครตบตาที่ชื่อ “กระบวนการปฏิรูประเทศ” และไม่ได้มาสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ แต่จะมาทวงถามข้อสงสัยในข้อเท็จจริงบางอย่างที่นิสิตหวังว่าจะช่วยตั้งคำถามแทนประชาชน

แถลงการณ์ยังระบุว่า ถ้านายกฯ และรัฐบาลชุดนี้มีจิตใจเปิดกว้าง รับฟังคำติชม และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างจริง ศพของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา 91 ศพ จะไม่มีวันเกิดขึ้น เมื่อนายกฯ และรัฐบาลไม่อาจมีความกล้าหาญที่จะเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนให้กับประเทศชาติได้ การปราบปรามประชาชนผู้เห็นต่างจึงเกิดขึ้น การกระทำที่ดูใจกว้างในวันนี้ ช่างแตกต่างกันลิบลับกับการขอคืนพื้นที่ในวันเดียวกันนี้เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ดังนั้น เราจะมีหลักประกันอะไรว่าสิ่งที่นายกฯ พูดจะไม่ใช่เรื่องลม ๆ แล้ง ๆ ดูสวยหรู แต่สร้างภาพอย่างที่เคยทำมา และเราจะมีหลักประกันอะไรว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ จะเป็นการรับฟังความเห็นของนิสิต นักศึกษา อย่างบริสุทธิ์ใจ ในเมื่อเพื่อนของเราบางคนยังถูกจับกุมคุมขัง และบางส่วนถูกส่งไปบำบัดทางจิตอยู่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังอ่านแถลงการณ์จบ ตัวแทน สนนท.ได้เข้าร่วมพบนายกฯ ในกิจกรรมเสวนานิสิตนักศึกษาพบนายกฯ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบฯ ด้วย.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์

อ๋อยไม่คอมเมนต์โกวิทขึ้นหน.เพื่อไทย เทพไท ชี้ ทักษิณบงการ


by TPNews, 2010-09-11 00:47:58

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดของการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่จากข่าวและทวิตเตอร์ ของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าจะเป็นการส่งสัญญาณเรื่องการสร้างความปรองดอง และน่าจะทำให้พรรคมีความเป็นระบบมากขึ้น แต่เมื่อผู้ที่จะเป็นหัวหน้าพรรค ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมากนัก ก็ต้องให้หลายฝ่ายเข้ามาช่วยทำงาน ไม่เช่นนั้นจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญพรรคเพื่อไทย ต้องปรับโครงสร้าง ปรับนโยบายให้เป็นที่ยอมรับ และต้องรักษาบทบาทการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยต้องไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงสั่งพรรคได้ เพราะจะสูญเสียความเข้มแข็งของพรรคไป แต่ขณะเดียวกันพรรคต้องไม่ทิ้งการต่อสู้ของประชาชนแบบสันติวิธี

ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ ไม่ขอแสดงความเห็นว่า พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผบ.ตร. มีความเหมาะสมในการทำหน้าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยหรือไม่ แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่าน เพื่อนำไปสู่ความปรองดอง ส่วนบุคคลที่มีความเหมาะสมมาเป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ในช่วงใกล้เลือกตั้ง

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคคนใหม่แทนนายยงยุทธ วิชัยดิษฐที่ลาออกจากตำแหน่งไป โดยมีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะนำคนนอกพรรคมาเป็นหัวหน้าพรรคว่า เท่าที่ได้พูดคุยกับส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น หลายคนรู้สึกไม่สบายใจและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นความเปลี่ยนแปลงในพรรคที่ค่อนข้างรวดเร็วโดยที่ ส.ส.ไม่ทราบกันมาก่อน

ดังนั้น ขอตั้งข้อสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวว่าถูกบงการโดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ดังนี้ 1.ไม่มีส.ส.คนใดรู้เรื่องมาก่อน 2.เมื่อมีชื่อของพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นแคนดิเดทหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็มีแกนนำที่เป็นสายตรงของพ.ต.ท.ทักษิณออกมาขานรับกันพร้อมหน้า รวมทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ออกมากัดฟันเชียร์ และ 3.เป็นการมัดมือชกโดยรีบจัดให้มีการประชุมใหญ่ของพรรคในวันที่ 14 ก.ย.เพื่อไม่ให้เกิดสูญญากาศในการบริหารจัดการภายในพรรค

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : ข่าวสดออนไลน์

"จารุวรรณ "เฮ ศาล ปค.ไม่รับคำร้องคุ้มครองชั่วคราวผู้ตรวจการแผ่นดิน


by TPNews, 2010-09-11 00:36:27

"จารุวรรณ "เฮ! ศาล ปค.ไม่รับคำร้องคุ้มครองชั่วคราวผู้ตรวจการแผ่นดิน นั่งทำงาน สตง.ต่อได้ศาลปกครองกลาง โดยนายสมชัย วัฒนการุณ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวน มีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 กันยายน ไม่รับคำขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาในคดีที่นายปราโมทย์ โชติมงคล ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นฟ้อง คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นผู้ถูกฟ้อง เรื่องกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในคดีหมายเลขดำที่ 1306/2553 กรณีที่มีคำสั่ง สตง.ที่ 184/2553 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2553 ยกเลิกการแต่งตั้งนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการ สตง. เป็นรักษาราชการแทนผู้ว่าการ สตง. โดยไม่มีอำนาจออกคำสั่ง เนื่องจากคุณหญิงจารุวรรณพ้นจากตำแหน่งแล้วเมื่ออายุครบ 65 ปี และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครอง ให้คุณหญิงจารุวรรณหยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เนื่องจากการปฏิบัติงานของคุณหญิงจารุวรรณ กระทบต่อการปฏิบัติงานของข้าราชการ สตง. และหน่วยราชการการทั่วประเทศที่ต้องเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ สตง. และเพื่อแก้ไขความสับสนและวิพากษ์วิจารณ์จากวงราชการและวิชาการเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่ง

ทั้งนี้ ศาลปกครองกลางพิจารณาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องแล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ใช่ตำแหน่งรองผู้ว่าการ สตง. ที่จะเป็นผู้ได้รับผลโดยตรงจากคำสั่ง สตง.ที่ 184/2553 ส่วนที่ผู้ฟ้องอ้างว่า การดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ สตง.ของผู้ถูกฟ้องคดีขณะนี้กระทบต่อการปฏิบัติงานของข้าราชการ สตง. ตลอดจนหน่วยงานราชการและหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศที่ต้องเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ สตง.ว่าจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาคนใด รวมทั้งเพื่อแก้ไขความสับสนและการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในวงราชการและวิชาการ จึงต้องขอให้ศาลกำหนดมาตรการหรือวิธีการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีหยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษานั้น เห็นว่า การที่ศาลจะกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวใดๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ก่อนการพิพากษาคดีจะต้องเป็นไปเพื่อการบรรเทาทุกข์หรือคุ้มครองประโยชน์ให้แก่ผู้ฟ้องคดี

แต่กรณีนี้เห็นได้ว่าแม้ผู้ฟ้องจะเป็นคู่กรณีในคดี แต่เนื่องจากผู้ฟ้องมิได้เป็นผู้มีส่วนได้รับผลโดยตรงจากคำสั่ง สตง.ที่ 184/2553 หรือได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องแต่อย่างใด ดังนั้นศาลจึงไม่อาจกำหนดมาตรการหรือวิธีการใดๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราว หรือคุ้มครองประโยชน์ของผู้ฟ้องคดีก่อนการพิพากษาได้ ศาลจึงมีคำสั่งไม่รับคำขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวของผู้ฟ้องคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งยกคำขอคุ้มครองชั่วคราวในคดี แต่หากคู่ความไม่เห็นด้วยก็สามารถยื่นอุทธรณ์การขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน ส่วนการพิจารณาเนื้อหาคดียังอยู่ระหว่างการวินิจฉัยขององค์คณะศาลปกครองกลางในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : มติชนออนไลน์

ทักษิณสัมภาษณ์พิเศษ ยันปรองดอง


by TPNews, 2010-09-11 00:31:34

เมื่อ 10 ก.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ว่า สัญญาณและจังหวะแห่งการปรองดองเกิดขึ้นแล้ว บ้านเมืองช้ำขนาดนี้แล้ว ทุกฝ่ายแย่หมดแล้ว ไม่มีใครชนะ ที่สำคัญที่สุดคือประเทศมันแพ้ วันนี้ใครยังคิดว่าไม่อยากปรองดองถือว่าเห็นแก่ตัวอย่างมาก และอย่าเอาเรื่องตนมาเกี่ยว เก็บไว้ทีหลัง ส่วนที่ตนไม่หยุดกิจกรรมทางการเมืองเพราะอีกฝ่ายยังไม่หยุดใช้กฎหมายแกล้งตนเอง ตนเป็นคนพูดรู้เรื่อง พูดง่าย แต่ต้องไม่ใช่การรังแก ต้องให้ความเป็นธรรม ถ้ากลั่นแกล้งก็ไม่จบเสียที วันนี้ให้ถอยคนละห้าก้าวก็ต้องถอยเพื่อให้บ้านเมืองสงบ อย่าไปคิดว่ามันเป็นหน้าเป็นตาเป็นศักดิ์ศรี

“ไม่ต้องห่วงว่าผมจะคิดไปล้างแค้นใคร ในใจผมคิดอย่างเดียวว่าความปรองดองเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เรื่องล้างแค้นไม่ได้คิด ไม่ติดใจใครเลย แต่จะให้มาจูบปากอย่างเดิมคงไม่ใช่ แต่ไม่ติดใจที่จะล้างแค้นใคร” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

เมื่อถามว่าอำนาจนอกระบบจะกลับมาหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ถ้าชาติบ้านเมืองเป็นระบบประชาธิปไตยที่แท้จริง ทุกอย่างก็ไม่มีอะไร แต่พอมันไม่มีประชาธิปไตย อำนาจนอกระบบมีความสำคัญขึ้นทุกคนก็จะไปแคร์อำนาจนอกระบบมากกว่า ประเทศไทยจะเป็นคอมมิวนิสต์แบบสมัยก่อนมันไม่เวิร์กแล้ว แม้กระทั่งจีนก็พยายามเพิ่มสิทธิเสรีภาพประชาชนเรื่อยๆ แต่ของเรามันไปไกลเกินประชาธิปไตยแล้ว ถ้ากลับไปตรงนั้นมันคงไม่ง่ายในความรู้สึกของประชาชน

ส่วนข้อหาจาบจ้วงสถาบัน และการขนอาวุธที่มีการเชื่อมโยงกับวิกเตอร์ บูท และเครื่องบินขนอาวุธ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เป็นการกล่าวหาขึ้นมาลอยๆ วันนี้คนกล่าวหาได้เปรียบ “ว่างๆ ก็บอกว่าผมตายไปแล้ว เรื่องที่พิสูจน์ง่ายๆ เขายังกล้าที่จะกล่าวหา อย่างกล่าวหาว่าใส่วิกเพราะผมร่วง พอเข้าร้านตัดผมก็บอกว่าใส่เสื้อแขนยาวปกปิดรอยแผล ไปได้เรื่อยๆ ตอนนี้ทุกฝ่ายต้องอยู่ด้วยความคิด ใครเล่า ใครลือมาก็ต้องคิด”

ส่วนที่ว่ากันว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อาจไม่ได้กลับเมืองไทยแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เรื่องของตนเอาไว้ทีหลัง ให้บ้านเมืองสงบ ประชาชนมีความสุข ไม่มีแดงไม่มีเหลือง ผัว-เมียมีความหวานชื่นเหมือนเดิม ไม่มีเอเอสทีวี ไม่มีพิเพิ่ลแชนแนล พร้อมระบุทุกวันนี้เขามีบทบาทในพรรคเพื่อไทยน้อยลงทุกที มีที่โทรมาคุยและปรึกษา แต่ตนเริ่มห่างและไม่อัพเดทสถานการณ์

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เขาได้รับการต้อนรับจากประเทศต่างๆ บางประเทศที่ไปขาดแต่กองเกียรติยศกับพรมสีแดง นอกนั้นเหมือนเดิม เอารถนำมารับ ให้ผมจอดเครื่องบินบนรันเวย์พิเศษ เสร็จแล้วก็มีทหาร-ตำรวจ เฝ้าหน้าห้อง ส่วนกิจกรรมที่ทำเป็นเหมืองเพชรเหมืองพลอย และอื่นๆ อีกมากมาย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : ข่าวสดออนไลน์

“บก.ลายจุด”เดินหน้าจัดกิจกรรมวันอาทิตย์นี้


by TPNews, 2010-09-11 00:22:07

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำกลุ่มคนวันอาทิตย์สีแดง ยืนยันเดินหน้าจัดกิจกรรมในวันอาทิตย์นี้ (12 ก.ย.) ซึ่งจะมีการปั่นจักรยานไปตามเส้นทางที่มีการปะทะ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม อาทิ เส้นทางราชปรารภ ดินแดง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และมาจบที่สี่แยกราชประสงค์บก.ลายจุด กล่าวอีกว่า ตามที่ ศอฉ.ระบุว่า ในวันที่ 11 - 19 กันยายน อาจจะมีการก่อเหตุรุนแรงขึ้นนั้น และอาจโยงมาถึงการเข้มงวดในการจัดกิจกรรมของกลุ่ม ตนเองไม่หวั่นวิตกแต่อย่างใด เพราะหากว่ากระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถจับกุมได้ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ทำผิดอะไร เพียงแค่จัดกิจกรรมสื่อให้สังคมรับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมเท่านั้น

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : โลกวันนี้

"จตุพร"พบ"คณิต"หวังช่วยเรื่องคดีเสื้อแดง


by TPNews, 2010-09-11 00:16:53

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่คณะนิติศาสตร์ ปรีดา พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต แกนนำนปช.นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมด้วยนายวรชัย เหมะ นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ นายสมหวัง อัสราศี นายประแสง มงคลศิริ และนายคารม พลทะกาล ทนายความนปช. เดินทางขอเข้าพบนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และนายสมชาย หอมลออ ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบและค้นหาความจริง ที่ห้องประชุมคณะนิติศาสตร์

นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ขอให้ทางคอป.ทำความจริงให้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์การชุมนุมเดือนเม.ย.-พ.ค. 53 รวมถึงกรณีการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมในวัดปทุมวนารามและการคุมขังตัวแนวร่วมนปช.ในค่ายแห่งหนึ่งที่จังหวัดกาญจนบุรีและกรณีการลอบยิงพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ตนของเรียกร้องให้คอป.ตรวจสอบกรณีเหล่านี้ และพร้อมให้ความร่วมมือกับคอป. ซึ่งคอป.สามารถขอความร่วมมือจากกลุ่มคนเสื้อแดงได้ทุกเมื่อ เราพร้อมให้ข้อมูล ทั้งซีดีเหตุการณ์ หรือแม้แต่คำให้การจากผู้ได้รับบาดเจ็บกรณีสลายการชุมนุม กระชับวงล้อม หลักฐานต่างๆ ถ้าคณะกรรมการต้องการ ตนจะให้ทีมงานฝ่ายกฎหมายให้ความร่วมมือ เพราะเชื่อว่าคณะทำงานชุดนี้ทำงานได้ดีกว่าดีเอสไอ

นอกจากนี้ยังเสนอให้คอป.นำบทเรียนจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ’ 35 ให้นำการสืบสวนข้อมูลที่พล.อ.พิจิต กุลละวณิชย์ มาเทียบเคียงการสอบสวน ส่วนประเด็นที่สองที่อยากให้คอป.ช่วยเหลือคือ เรื่องการประกันตัว เนื่องจากวันนี้แกนนำคนเสื้อแดงถูกคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นายคณิต กล่าวยืนยันว่า เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการยุติธรรมแต่จะตรวจสอบความจริงเพื่อดูรากเหง้าของปัญหาทั้งด้านการเมืองและกระบวนการยุติธรรม รวมไปถึงเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม เรื่องคดีเราคงเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้ ซึ่งตามที่นายจตุพรมาเรียกร้องนั้นเป็นเรื่องของคดีทั้งสิ้นซึ่ง คอป.ไม่ได้ทำตรงนั้น อย่างไรก็ตามคอป.มีเวลา 2 ปี จะพยายามทำให้เร็วที่สุดทั้งการสอบสวนเหตุการณ์วัดปทุมฯ เหตุลอบฆ่าเสธ.แดง และเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค. ข้อเท็จจริงตอนนี้ยังไม่มีใครทราบ คอป.ไม่ได้หาข้อเท็จจริง แต่เราหาความจริง เชื่อว่าถ้าความจริงปรากฏทุกอย่างจะดีขึ้น ตนต้องขอโทษที่ทำให้นายจตุพรผิดหวัง

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : เนชั่นทันข่าว

ตร.คุมเข้ม 24 ชม.โรงพิมพ์เรดพาวเวอร์ห้ามคนเข้าออก


by TPNews, 2010-09-11 00:06:04

ผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์ที่ บริษัทโกลด์เด้น เพาเวอร์ พริ้นติ้ง จำกัด อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นโรงพิมพ์ ที่รับจ้างพิมพ์นิตยสารเรดพาวเวอร์ หลังจากที่พ.ต.ท.ธนพัฒน์ นิลบดี รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.ท.สุนทร ชื่นชิด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจยึดสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับนิตยสารเรดพาวเวอร์ และเอกสารที่ต่างๆจำนวนหนึ่ง และมีคำสั่งอายัดเครื่องพิมพ์ทั้ง 11 เครื่อง โดยห้ามเคลื่อนย้ายจำหน่ายจ่ายแจก แต่ให้ใช้พิมพ์หนังสืออื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับ นิตยสารเรดพาวเวอร์ ได้ และห้ามเคลื่อนย้ายหนังสือเรดพาวเวอร์บางส่วนที่พิมพ์เสร็จแล้ว เมื่อวานนี้ (9ก.ย.) ปรากฏว่าที่ประตูของโรงพิมพ์มีกุญแจล๊อคหนาแน่น ข้างในโรงพิมพ์มีหนังสือกองอยู่จำนวนมากแต่ไม่มีใครอยู่อาศัย ซึ่งมีแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ.เมืองนนทบุรี มาตรวจอยู่ตลอดเวลา

เจ้าหน้าที่สายตรวจสภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาให้มาสับเปลี่ยนมาดูแลโรงพิมพ์แห่งนี้ ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ให้มีการพิมพ์หรือขนย้ายหนังสืออกจากโรงพิมพ์และห้ามบุคคลใดเข้าไปในโรงพิมพ์ ระหว่างมาตรวจไม่พบใครอยู่ภายในโรงพิมพ์เช่นกัน

จากการสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียง กล่าวว่า พักอาศัยอยู่ใกล้กับโรงพิมพ์มาร่วม 10 ปีแล้ว เมื่อก่อนนี้โรงพิมพ์แห่งนี้เปิดเป็นโรงงานเย็บผ้าแล้วเลิกกิจการไป จากนั้นมารับพิมพ์หนังสือได้ประมาณ 5-6 ปี ซึ่งจะรับพิมพ์หนังสือเรียน หนังสือทั่วไป ส่วนที่รับพิมพ์หนังสือกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นตนว่าไม่น่าจะมีถ้ามีคงจะรู้แล้ว การที่เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบคิดว่าน่าจะเป็นความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.ก่อสร้างมากกว่า เพราะมีการปลูกต่อเติมอาคารเท่านั้น แต่ก่อนมีพนักงานอยู่ในโรงงานประมาณ 10 กว่าคนหลังจากตำรวจมาตรวจสอบโรงงานก็ปิดไม่มีใครอยู่เลยไม่ให้ใครเข้าไปในโรงพิมพ์

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : เเนชั่นทันข่าว

SMS-TPNews 10-9-53

1. "พ.ต.ท.ทักษิณ" ให้สัมภาษณ์ ปมปรับพท. (Wap Link)

2. "ตร.เข้ายึดสื่อสิ่งพิมพ์เกี่ยวข้องเรดพาวเวอร์ พร้อมอายัดเครื่องพิมพ์11เครื่อง"

3. "แบงก์พาณิชย์ยอมถอย ลดค่าธรรมเนียมโอนเงิน เหลือ 12 บ.มีผล 15 ธค.นี้"

4. "ปิดถนนพระอาทิตย์รับ "มาร์ค" พบหารือสื่อเครือผู้จัดการ ตามแผนปรองดอง"

5. "11กย.การเสวนาระดุมทุนต่อสู้คดี ณ "เรือนเกศินี"รามอินทรา ซ.3 เริ่ม16น."จักรภพ"โฟนอิน"

6. "ครบ 5 เดือน 17น. วันนี้ญาติวีระชน10เมย.นัดวางดอกไม้รำลึก ณ อนุสาวรีย์ปชต."

7. "ทนายนปช.เผย ศาลอาญานัด 27ก.ย.ฟังชันสูตร 9 ศพแดง กรณี 10 เมษา"

8. "ส.ส.เหนือพท.ระบุเพื่อกันการทำลายทางการเมือง หน.พรรคจะเป็นคนละคนกับนายกฯ"

9. "โอทอปคนเสื้อแดง 1-3ต.ค.นี้ ที่บิ๊กซี ลาดพร้าว จองบู๊ท-ลุงจุก0820662819"

10. "ศอฉ.วางแผนรับมือ"แดง"เดือนรัฐประหาร เฝ้าระวัง12-19 ก.ย.ขนกำลังตร.เสริมทัพเพียบ"
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

"พ.ต.ท.ทักษิณ"ให้สัมภาษณ์ปมปรับพท.อยากเห็นปรองดอง


by TPNews, 2010-09-10 07:50:05

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าว "มติชน" ขณะพักอยู่ในประเทศแห่งหนึ่งซึ่งเจ้าตัวไม่ขอเปิดเผย โดยให้ความเห็นกรณีมีข่าวเป็นผู้สนับสนุนให้ พล.ต.อ.โกวิทเป็นหัวหน้าพรรค พท.คนใหม่ ว่า "เขายังไม่ได้เลือกนี่ครับ เขาคงต้องเลือกอีก"

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.โกวิทเหมาะกับสถานการณ์ขณะนี้อย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ช่วงนี้เป็นเรื่องที่อยากเห็นบ้านเมืองเกิดความปรองดองขึ้น คงไม่มีอะไรไม่มีประเด็น เมื่อถามว่า ดูเหมือนว่าปัญหาพรรคพท. กำลังสาละวันเตี้ยลงทุกวัน บางคนบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอม จึงเลยเป็นแบบนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ต้องคอยดูตอนเลือกตั้งแล้วกันว่าจะเตี้ยหรือจะสูง เป็นเรื่องธรรมดา พรรคการเมืองยิ่งใหญ่ที่มีประชาธิปไตยมาก การโต้แย้ง การแสดงความคิดเห็น ก็เป็นเรื่องธรรมดา จากนั้นทุกคนทำตามมติ

"อย่างการขับ ส.ส. 2 คน อันนั้นแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยเตี้ยลงหรือไม่ครับ เตี้ยลงครับ ตัดของเราไปสองคน " พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

ขณะเดียวกัน รายข่าวแจ้งว่า นายยงยุทธ ได้แต่งตั้งให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค พท.คนที่ 1 ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคแทน ส่วนการยื่นในลาออกของนายยงยุทธ ไม่ได้ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรค พท.แปลกใจ เนื่องจากเป็นที่รับรู้กันมาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่รอสัญญาณจากผู้ใหญ่ของพรรคที่จะประเมินถึงจังหวะที่เหมาะสม

ทั้งนี้การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่คาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนส.ส.ของพรรคเข้าไปเป็นกรรมการบริหารพรรคด้วย

นอกจากนี้ที่ประชุมใหญ่วิสามัญยังต้องเลือกคณะกรรมการใหม่อีก 3 ชุดประกอบด้วย คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร คณะกรรมการนโยบายพรรค และคณะกรรมการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในพรรค

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : มติชนออนไลน์

ยงยุทธฯ ลาออก หน.เพื่อไทย เปิดทางบิ๊กโก


by TPNews, 2010-09-10 00:40:23

เมื่อเวลา 12.20 น. ภายหลังการประชุมของกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรค น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ นายเอกธนัช อินทร์รอด กรรมการบริหารพรรค นายกมล บันไดเพชร นายทะเบียนพรรค นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค แถลงการณ์ลาออกจากหัวหน้าพรรค

โดยนายยงยุทธ กล่าวว่า วานนี้ได้ยื่นใบลาออกจากหัวหน้าพรรค สมัยตอนรับเป็นหัวหน้าพรรค ตอนนั้นยังไม่ มี ส.ส.เลย จนกระทั่งมีสมาชิกพรรคพลังประชาชนย้ายเข้ามา เป็นเวลาเกือบ 2 ปีที่บริหารพรรค คิดว่าเพื่อไทย มั่นคงแข็งแรงตามสมควรแล้ว ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว เหมือนเป็นการใช้ความรู้ความสามารถในการบริหารงานในพรรคมากเป็นพิเศษ

แต่นับจากนี้ไป ไม่เกินปีเศษ ต้องเลือกตั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญ ช่วงเวลาจากนี้ไปจะเร็วมาก ฉะนั้น พรรคต้องปรับโครงสร้างดังกล่าวนี้เพื่อเตรียมรับการเลือกตั้ง ไม่ใช่ไม่มีความสามารถ (เสียงสั่น) ในการเลือกตั้งหรือบริหารการเมือง เพราะตนเองก็มีความสามารถ ก็ทำได้ แต่ว่ามีคนที่ถนัดกว่า ในเรื่องบริหารการเมืองมีอยู่เยอะมาก ทั้งในพรรคและนอกพรรค ก็ได้หารือกับกรรมการบริหารว่า อยากจะขอถือโอกาสนี้ ปรับโครงสร้างของพรรคในฝ่ายกรรมการบริหารใหม่ เพื่อเตรียมรับช่วงเวลาของการเลือกตั้ง จึงได้ลาออก

ขอยืนยันกับกรรมการบริหารและสื่อมวลชนว่า จะมาพรรคทุกวันเหมือนเดิมแต่อาจจะไม่ได้พบหน้าสื่อมวลชน เหมือนตอนที่เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนการวางใครเป็นหัวหน้าคนต่อไป นายยงยุทธ กล่าวว่า ของพวกนี้เราไม่สามารถที่จะมาบอกตอนนี้ได้ครับ เพราะว่าพรรคการเมืองไม่ใช่ร้านขายของชำ เพราะร้านขายของชำ บางทีก็อาจจะกำหนดล่วงหน้าได้ว่าตัวเถ้าแก่ขี้เกียจ ตัวเถ้าแก่ไม่อยากทำแล้ว ก็ให้ลูกเถ้าแก่ หลานเถ้าแก่ทำต่อไป แต่นี่เป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นจำนวนมากมายมหาศาล มีความเห็นหลากหลาย เพราะฉะนั้น ก็จะต้องทราบกันต่อเมื่อมีการเลือกตั้งกรรมการบริหาร วันนั้นถึงจะทราบ แต่ตอนนี้ขอเรียนว่าไม่ทราบจริงๆ

ขณะที่นอกจากเตรียมแผนเลือกตั้งแล้ว การเปลี่ยนหัวหน้าพรรค เป็นการหาตัวแทนที่จะไปดำเนินการเรื่องปรองดองกับรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า นั่นก็คงอีกเรื่องหนึ่ง ต้องลองถามกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพราะชุดเก่า ก็คงหมดวาระไป... สำหรับตนเอง ก็หมดวาระวานนี้ กรรมการบริหารท่านอื่น ก็คงรักษาการต่อไป

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณมาหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่ได้มีใครส่งสัญญาณมาทั้งนั้น คือขอกราบเรียนด้วยความเคารพว่าอย่าเอาทุกเรื่อง หรือเอาอะไรก็ตามที่มีความเคลื่อนไหวในพรรค ไปโยงกับตระกูลชินวัตร หรืออย่าไปโยงกับ พ.ต.ท.ทักษิณเลย เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ให้ความยุติธรรม ให้ความเป็นธรรม และเมตตาสงสารอดีตนายกรัฐมนตรีบ้าง เพราะอะไรก็จะต้องคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณสั่ง...ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณสั่ง ตนเองก็คงไม่มานั่งพูดแบบนี้หรอก เพราะคงต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และต้องมีปฏิกิริยา เหมือนที่พวกเราเคยเห็น แต่ขอยืนยันว่า จะมาพรรคทุกวันมาทำงานเหมือนเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปคือ จะไม่ได้มาเจอน้องๆ ในฐานะหัวหน้าพรรคเหมือนเดิมแค่นั้น

นายยงยุทธ กล่าวว่า การมาทำงานการเมืองของตน บางคนก็บอกว่า อยู่ในป่าดงดิบ อยู่ท่ามกลางเสือสิงห์กระทิงแรด แต่ตนเองกลับมีความรู้สึกว่า มาทำงานการเมืองอยู่ในแวดวงพี่น้องที่มีความอบอุ่นมีความรักความผูกพัน ส่วนภาวะวิกฤตที่สุดในระหว่างเป็นหัวหน้าพรรค นายยงยุทธ กล่าวว่า ในชีวิตของตน เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นอธิบดี เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย การมีตำแหน่งต่างๆ เหล่านี้ 24 ชั่วโมงป่วยไม่ได้ เจ็บไม่ได้ อยากจะเรียนว่า งานการเมืองที่มาทำ เบากว่าตอนเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เบากว่าตอนที่เป็นปลัดกระทรวงเยอะ ไม่มีอะไรที่เป็นวิกฤตของตนเองเลย

ส่วนการที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นนอมินี นายยงยุทธ กล่าวว่า น้องๆ ทุกคนก็ต้องทราบ ไม่ต้องตอบคำถามนี้ ตนเองใกล้ชิดกับตระกูลไหนยังไงหรือเปล่า น้องๆ ทราบ เดี๋ยวถ้าพูดไปก็จะมากเรื่อง ขออนุญาตเถอะ

ขณะที่หลังออกจากตำแหน่งอยากจะเห็นการเมืองเดินไปข้างหน้าอย่างไร คงเป็นประชาชน ธรรมดาที่รักประชาธิปไตย รักความเสมอภาค รักความยุติธรรม และก็อยากจะให้เกิดสิ่งต่างๆ เหล่านี้ในบ้านเมือง ด้านนางสาวสุณีย์ กล่าวว่า พรรคจะมีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 14 กันยายนนี้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

การเมืองใหม่มาแรงฯ โดย วโรทาห์


by TPNews, 2010-09-10 00:36:11

หลังจากเกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุกแห้วคว่ำ ในสนามเลือกตั้งสก.สข.กทม. เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ความเซ็งก็แผ่ซ่านไปถ้วนทั่ว ในมวลหมู่นักกู้ซากทั้งหลาย ตั้งแต่หัวยันหาง ยันกลางตลอดตัว ต่างก้มหน้าก้มตาฟาดแห้วกัน อย่างเอาเป็นเอาตาย


เวรกรรม..คว่ำที่ไหนไม่คว่ำ ดันมาคว่ำใส่พรรคการเมืองใหม่ ที่ชั่วโมงนี้ ฟอร์มกำลังสด เหลือกำลังลาก


สดไม่สด ก็ขนาดพกความมั่นใจมาเต็มร้อย ฟิตกันเต็มถัง ใส่กันเต็มสูบ กรุงเทพฯ..ทราบแล้ว..เปลี่ยน งานนี้ไม่หมู่ก็จ่า ยังไงก็ต้องเห็นหน้าเห็นหลัง จึงไม่ได้เผื่อใจไว้แม้แต่น้อยนิด สำหรับผลตอบรับที่อาจจะเกินคาดหมายไป หลายกิโลขีด


มีอย่างที่ไหน พอเปิดซิงงานแรกก็ทำนิวโลว์เข้าให้ หลงจ้งเก๋าเจ้ง ได้รับความไว้วางใจให้เข้าสภาไป"ศูนย์"หน่อ


ขนาดแถวตลาดเก่าเยาวราช ถิ่นของอาอึ้มอาม่า อาเฮียอากู๋ อาเจ็กอาแปะ ลูกจีนกู้ชาติ กากี่นั้งแท้ๆ พอเอาเข้าจริง ไม่รู้หายหัวไปมุดรูกู้ซากอยู่หนไหน ถึงได้แปรเป็นผลคะแนนออกมาหร็อมแหร็ม พอๆกับขนจั๊กกะแร้ ของอาหมวยวัยเอ๊าะ


ถ้ารู้อย่างนี้ซะแต่แรก เรื่องอะไรแป๊ะจะไปยอมตระบัดสัตย์ ให้พ่อแม่พี่น้องเอารองเท้ามาลูบหน้า ให้มันเสียหมากันเล่นๆ ใครจะไปรู้ว่า คนที่เคยแห่มาให้กำลังใจ ร่วมเป็นร่วมตาย ร่วมเฮี่ยมาด้วยกัน จะกลับหลังหัน ไปเลือกพรรคแมงกะจั๊วกันเป็นแถว


หมดกัน..หลงฝันเปียกมาตั้งนาน ว่าที่เห็นโพกหัวกู้ชาติ เขย่ามือตบกันเย้วๆ ไปไหนไปกัน ยึดไหนยึดนั่น ที่แท้ก็พลพรรคแมลงสาบทั้งนั้น ที่ส่งมาหลอกแป๊ะให้ช่วยไล่ ทำลายล้างศัตรูทางการเมือง พอเสร็จสมอารมณ์มหาย ก็ถีบแป๊ะตกเตียงหงายเก๋ง..หายโง่เป็นปลิดทิ้ง


สรุปว่า..กรุงเทพฯ..ทราบแล้ว..เจ๊งงงงงง


หันรีหันขวาง ไม่รู้ว่าจะโทษใครดี ก็คงต้องชี้นิ้วไปที่พลังเงียบไว้ก่อน เห็นบอกว่า ฝ่ายกุมอำนาจมันเล่นเลือกตั้งกันเงียบๆ ทำให้พลังเงียบไม่ออกมาเท่าที่ควร ทำอย่างกับว่า ถ้าพลังเงียบออกมาแล้ว เขาจะเลือกพรรคของแป๊ะ อย่างนั้นแหละ


ทำเป็นเล่นไป ถ้าพลังเงียบออกมา อาจจะเงียบกว่านี้ก็เป็นได้ ใครจะไปรู้


หลังจากที่ฟาดแห้วจนหายอยาก ก็ได้เวลาหันมาฟาดปากกันเอง เมื่ออาแปะลิ้มซ่งติงเริ่มหันมาเฉ่งอากงสมสากเคราแพะ หาว่าสง่าราศีไม่แพ้พวกเกี๋ยวกุ้ยข้างถนน พูดง่ายๆว่าน่าจะเป็นหัวหน้ากรรมกร มากกว่าที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองของคนชั้นกลาง


คาดว่างานนี้คงได้มีเรื่องให้ลุ้นเสียวกันอีกยาว สำหรับอาซิ้มอาซ้อที่คาดหวังไว้เต็มเปี่ยมว่า จะได้การเมืองใหม่ ประชาธิปไตยจ๋า 70/30


คงต้องฟาดแห้วรอกันอีกหลายชาติ


ผิดกับพรรคเพื่อไทยที่ได้รับการหนุนหลังอย่างล้นหลาม จากมวลชนคนเสื้อแดงที่โตวันโตคืน ขนาดโดนถลุงจนเป๋ไปเป๋มา ก็ยังทรงตัวอยู่ได้ไม่มีปัญหา เลือกตั้งทีไรคะแนนเสียงก็มาเป็นกอบเป็นกำ ต่อให้ถูกแมลงสาบโกงจนเข้าวิน ยังตามหายใจรดต้นคอ ให้ได้เสียวซ่านไปถึงรูทวารทั้งเจ็ด


กลายเป็นหนามยอกอกชิ้นใหญ่ของพวกอำมาตย์ ที่อยากจะสับเนื้อเป็นชิ้นๆ แต่ก็ทำได้เพียงแค่คอยแช่งชักหักกระดูก แล้วก็แสดงพลังดูดกันอย่างหน้าด้านๆ ขนาดดูดได้แค่โสเภณี2 นาง ที่แพ็คคู่เป็นแพ็คเกจ ก็ตีปีกดีใจว่าเพื่อไทยเลือดไหลไม่หยุด หารู้ไม่ว่า เขาสาปส่งกันทั้งบาง


เลือดชั่วๆ! ไหลออกไปอยู่กับพรรคชั่วๆ! มันก็สมควรแล้ว


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : บล็อกวโรทาห์ วันที่ 8 กันยายน 2553

"สุรสิทธิ์"เชื่อหัวหน้าเพื่อไทยคนใหม่มีชื่อเดียว


by TPNews, 2010-09-10 00:29:28

นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เชื่อว่าหัวหน้าพรรคฯคนใหม่ มีเพียงชื่อคนๆ เดียว เป็นที่รู้กัน ส่วนผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต เท่าที่พูดคุยในพรรคส่วนใหญ่ตกผนึกระดับหนึ่งแล้ว ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ เนื่องจากมีภาพประนีประนอม เป็นที่ยอมรับได้กับทุกฝ่าย อีกทั้งบ้านเมืองต้องการการแก้ไขด้านเศรษฐกิจ ไม่เป็นห่วงว่าจะถูกโจมตีแต่อย่างใด ดังนั้นวันนี้พรรคเพื่อไทยจะต้องเก็บไว้ก่อน เนื่องจากยังไม่ถึงเวลา

ด้าน นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองโฆษกพรรค กล่าวว่า เมื่อนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลาออก พรรคก็ต้องมีการพิจารณาคนที่อยู่ในพรรคก่อนคนนอกพรรค เพราะวันนี้ประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยยังมีความหวังกับคนในพรรค ถ้าเป็นคนอื่นเข้ามาจะตอบคำถามสังคมลำบาก เมื่อคนในพรรคอย่างเช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนและประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย หรือนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน ก็มีความรู้ความสามารถ ส่วนตัวเห็นว่าถ้าอยากให้ประเทศสงบสุข พรรคเพื่อไทยจะต้องเสนอชื่อนายมิ่งขวัญเป็นผู้นำพรรคและนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เพราะนายมิ่งขวัญเป็นที่ยอมรับของส.ส.ว่ามีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจและประนีประนอม วานนี้ตนได้ถามนายมิ่งขวัญว่าพร้อมนำพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายมิ่งขวัญก็ตอบว่าพร้อมเพราะถือว่าตัวเองไม่มีครอบครัว มีพี่สาวแค่คนเดียว ไม่มีโอกาสโกงชาติโกงแผ่นดิน และจะคืนความสุขให้พี่น้องประชาชนทั้งชาติ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : โลกวันนี้

“จตุพร” ติงรัฐตั้งสมคิดอาจทำไทยมุสลิมชวดพิธีฮัจญ์


by TPNews, 2010-09-10 00:24:20

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงถึง กรณีประเทศซาอุดิอาระเบียแสดงความไม่พอใจต่อการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ. 5 ให้ดำรงตำแหน่ง ผช.ผบ.ตร. ทั้งๆ ที่เป็นผู้ต้องหาในคดีการหายตัวไปของ นายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวรี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ว่า เรื่องนี้ประเทศไทยไม่ควรชะล่าใจ ควรไปถามทูตไทยที่ประจำอยู่ประเทศซาอุฯ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยประเทศซาอุฯ ได้จัดชุดสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนได้ข้อมูลว่านายอัลรูไวรี่ ถูกนำศพไปทำลายที่จังหวัดชลบุรี สาเหตุที่ยังไม่ลดสัมพันธ์ทางการทูตในวันนี้ เพราะยังรอดูท่าทีที่แน่ชัดหลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยลดความสัมพันธ์มาแล้ว 1 ครั้ง จากที่มีเอกอัครราชทูตก็เหลือเพียงอุปทูต ที่สำคัญที่สุดคือวันนี้ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดคือชาวไทยมุสลิมที่จะต้องเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ อาจจะไม่สามารถเดินทางไปได้อีกต่อไป รัฐบาลกำลังเอาคนๆ หนึ่งไปแลกกับพี่น้องมุสลิมทั้งประเทศ อยากให้ทบทวนเรื่องนี้ให้ดี

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : โลกวันนี้

ดีเอสไอ เปิดสายด่วน 1202 รับแจ้งข้อมูลผู้เสียชีวิตจากการชุมนุม


by TPNews, 2010-09-10 00:22:14

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์รับข้อมูลผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมก่อความไม่สงบ โทรศัพท์สายด่วน 1202 ว่า ดีเอสไอต้องการให้ประชาชนที่รู้เห็นเหตุการณ์ยิงประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐเข้าให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงานสอบสวน โดยเฉพาะประชาชนที่บันทึกภาพหรือเสียงในเหตุการณ์ช่วงต่างๆไว้ โดยดีเอสไอจะนำข้อมูลจากทุกส่วนเข้ามารวบรวมในสำนวนคดีเพื่อนำไปสู่การคลี่คลายเหตุการณ์ว่าใครเป็นผู้ลงมือฆ่าประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐรวม 12 เหตุการณ์จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวม 89 ศพ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีการปล่อยข่าวเพื่อกีดกันไม่ให้ประชาชนเข้าให้ข้อมูลเบาะแสต่อพนักงานสอบสวน โดยอ้างว่าผู้ที่เข้าให้ข้อมูลจะถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินจากการเข้าร่วมชุมนุม ดังนั้นตนจึงขอยืนยันว่าผู้เข้าให้ข้อมูลทุกรายจะถูกกันเป็นพยานในคดี นอกจากจะไม่ถูกดำเนินคดีแล้ว จะยังได้รับการคุ้มครองหากหวั่นเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยอีกด้วย

ด้านพ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีล้มเจ้า ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการเสาะแสวงหาพยานหลักฐานจากการสอบปากคำผู้กล่าวโทษ ซึ่งในคดีดังกล่าวมีศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นผู้กล่าวโทษ โดยดีเอสไอได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ของศอฉ.ไปแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่มีผู้ที่ให้ข้อมูลเจาะจงถึงตัวผู้กระทำผิด ข้อมูลที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นเพียงการระบุพฤติกรรมในภาพรวม ดังนั้นดีเอสไอยังต้องใช้เวลาในการรวบรวมหลักฐานในคดีต่อไป ส่วนบุคคลตามแผนผังที่ศอฉ.นำมาเผยแพร่นั้น ดีเอสไอจะยังไม่ออกหมายเรียกบุคคลใดเข้ามาให้ปากคำจนกว่าการสอบสวนในส่วนของผู้กล่าวโทษจะเสร็จสิ้น

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่ทัพใหม่“เพื่อไทย”โกวิท วัฒนะ นำพลพรรคฝ่าวิกฤติ


by TPNews, 2010-09-10 00:19:14

กลายเป็นกระแสข่าว “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” ในวงการการเมืองไทย เมื่อมีการแย้มชื่อ พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีต ผบ.ตร. ว่าจะรับหัวโขนนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แทน นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่เตรียมโบกมืออำลาทิ้งเก้าอี้ หลังรับภาระหัวหน้ามายาวนาน ต้องเผชิญปัญหาต่างๆ นาๆ ในพรรค

ชื่อของพลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ เริ่มปรากฏเด่นชัดมากขึ้น เรามาอัพเดทข้อมูลว่า นายพลตำรวจคนนี้เป็นใครมาจากไหน พลตำรวจเอก โกวิท เป็นชาวอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมรสกับ พ.ญ.วันทนีย ศรีอุทารวงค์ มีบุตร-ธิดา 2 คน เข้าศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนเทพประสิทธิ์วิทยา โรงเรียนผักไห่สุทธาประมุข โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 6 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 22 รับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนมาตลอด เป็นเวลากว่า 27 ปี เคยปฏิบัติราชการรับใช้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ปัจจุบันได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1)

ในระหว่าง พ.ศ.2513-2518 สถานการณ์รบสู้กับคอมมิวนิสต์อยู่ในขั้นรุนแรง พล.ต.อ.โกวิท ในฐานะ ผบ.กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนในขณะนั้น ได้ออกปราบปรามในพื้นที่ภาคเหนือตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า คุ้มครองการก่อสร้างเส้นทางในพื้นที่อันตราย โดยเฉพาะเขต อ.อุ้มผาง จ.ตาก รวมระยะทาง 120 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ระหว่างที่เป็น ผบก.ตชด.ภาค 3 ซึ่งรับผิดชอบภาคเหนือทั้งหมด ยังมีผลงานการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ปะทะต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายร่วม 50 ครั้ง จนสถานการณ์คลี่คลายลง ต่อมา ได้รับความดีความชอบขึ้นเป็นรอง ผกก.1 บก.กฝ. (ค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี) แล้วขยับเป็น ผกก.1 บก.กฝ. ในวัยเพียง 32 ปี เป็นผู้กำกับที่หนุ่มที่สุดขณะนั้น ต่อมา เลื่อนเป็นรอง ผบก.กฝ. แล้วโยกมาเป็นรอง ผบก.ตชด.ภาค 3 ก่อนสลับเป็น รอง ผบก.ตชด.ภาค 1

ติดยศ พล.ต.ต. ตำแหน่ง ผบก.ตชด.ภาค 3 เมื่อปี 2530 คุมพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมด ยุคที่ยาเสพติดโดยเฉพาะเฮโรอีนแพร่ระบาดไปทั่ว กุมบังเหียนเข้าถล่มโรงงานผลิตเฮโรอีนใน จ.เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา และแม่ฮ่องสอน ราบไป 21 โรงงาน ไม่นับรวมรายเล็กรายย่อย

พลตำรวจเอก โกวิท เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อ พ.ศ.2537 รับคำชมเชยจาก พล.ต.อ.เภา สารสิน อธิบดีกรมตำรวจสมัยนั้น และรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ว่า เป็นผู้นำหน่วยที่มีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว กระทั่งขึ้นนั่งเก้าอี้ ผบช.ตชด.ในปี พ.ศ.2537 ต่อมา ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.รับผิดชอบงานบริหาร ก่อนจะดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ.2543 ได้คุมพื้นที่ชายแดนภาคใต้ กระทั่งปี พ.ศ.2547 ได้เลื่อนขึ้นเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พลตำรวจเอก โกวิท ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2547 ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยที่ในความเป็นจริงแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งใจจะแต่งตั้ง พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ให้ดำรงตำแหน่งนี้ แต่จำเป็นต้องแต่งตั้ง พล.ต.อ.โกวิท แทน เนื่องจากมีอาวุโสสูงสุด และได้รับการยอมรับในหมู่ผู้ใต้บังคับบัญชามากกว่า ซึ่งในเวลาต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้แต่งตั้ง พล.ต.อ.ชิดชัย ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นผู้บังคับบัญชาพลตำรวจเอก โกวิท

เมื่อรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ.2549 พลตำรวจเอก โกวิท ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะปฏิรูปฯ และดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ในเวลาต่อมา พลตำรวจเอก โกวิท ได้รับคำสั่งไปช่วยราชการสำนักนายกฯ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 หลังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2549 โดยมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาราชการแทน (ซึ่งต่อมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังจากนั้นไม่นานก็ถูกย้ายให้ไปช่วยราชการสำนักนายกฯ)

พลตำรวจเอก โกวิท ได้รับคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ ระดับ 11 สำนักงานเลขาธิการนายกฯ สำนักนายกฯ เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2550 ภายหลังศาลปกครองได้วินิจฉัยว่า คำสั่งดังกล่าวของนายกฯ (พลเอกสุรยุทธ์ จุลลานนท์) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ต้องยกเลิกคำสั่งดังกล่าวในที่สุด ส่งผลให้ พลตำรวจเอก โกวิท สามารถดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จนครบวาระเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2550.

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : เดลินิวส์

นิสิตบูรพาถูกเรียกเข้าบชน. 5 เหตุร่วมงานเสื้อแดง


by TPNews, 2010-09-10 00:10:26

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว www.coconews.in.th โดยนิสิตสาขาวารสารศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา รายงานว่า นิสิตพัฒนาชุมชนถูกเรียกเข้าบชน. 5 เหตุร่วมงานรำลึกคนตายเสื้อแดง ขณะมี พรก.ฉุกเฉิน เจ้าตัวเผย ไม่กระทบต่อการเรียน เชื่อใช้สิทธิตาม รธน. อาจารย์รัฐศาสตร์เสริมสามารถกระทำได้ ถือเป็นความก้าวหน้าในเรื่องสิทธิ ด้านเพื่อนร่วมชั้นแย้ง คนเราควรมีความคิดเห็นที่สังคมยอมรับ

จากกรณีที่นิสิตสาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ถูกตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 5 (บชน.5) เรียกตัวเข้าพบ เนื่องจากการเข้าร่วมงานจัดรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในช่วงการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก. ฉุกเฉิน) และถูกมองว่าการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวจะทำให้เกิดความก้าวร้าวและอาจกระทบต่อการเรียน

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ นิสิตชั้นปี 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้ถูกตำรวจเรียกพบ กล่าวว่า การที่ตนถูกทางบชน. 5 เรียกตัวเข้าไปพบนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของกลุ่ม นปช.เลย เพราะไม่ได้ขึ้นพูดบนเวทีอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่สาเหตุที่ถูกเรียกตัวนั้นมาจากการที่ตนได้มีส่วนร่วมจัดงานรำลึกให้กับผู้เสียชีวิตจากการชุนนุมที่แยกราชประสงค์ ซึ่งช่วงนั้นมีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินอยู่ จึงถูกเรียกตัวเข้าไปและไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ เลย

นายชุติพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่มีหลายคนมองว่าตนก้าวร้าวและสิ่งที่ทำจะกระทบกระทบการเรียนนั้น ขอยืนยันว่าสิ่งที่ทำไปนั้นไม่ได้กระทบต่อการเรียนแต่อย่างใด และยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นสิทธิเสรีภาพที่คนเรามีมาตั้งแต่เกิด ตนออกมาใช้สิทธิ และแสดงความคิดเห็น จึงถูกมองว่าแปลก ซึ่งสิทธิของคนส่วนใหญ่ไม่ยอมใช้กันมากกว่า

นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การที่มีนิสิตลุกขึ้นมาเป็นแกนนำนั้นคิดว่าเหมาะสมแล้ว นับว่าเป็นความก้าวหน้าของสังคมอีกระดับหนึ่ง ที่ทำให้เด็กกล้าวิพากษ์วิจารณ์ กล้าคิดกล้าทำและเข้าไปมีส่วนร่วม ซึ่งการที่รัฐบาลเรียกตัวเข้าไป ถูกหรือไม่ถูกนั้นคิดว่ารัฐบาลมีเหตุผล แต่ไม่ทราบว่าเหตุผลนั้นคืออะไร แต่ส่วนตัวคิดว่าการกระทำดังกล่าวของตำรวจ ถือเป็นการคุมคามเสรีภาพรูปแบบหนึ่งก็ว่าได้ การที่นิสิตจะมีความเชื่อในกลุ่มใด หรือคิดอย่างไรนั้นสามารถกระทำได้ ตราบใดที่พฤติกรรมยังไม่ทำร้ายสังคม และต้องเป็นนักศึกษาที่ดี ก็เพียงพอแล้ว

อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ กล่าวต่อว่า เชื่อว่าอาจารย์ของนิสิตคงเข้าใจ และไม่กระทบการเรียนการสอน อีกอย่างน้ำใจของอาจารย์ของภาควิชาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยบูรพานั้น ยอมรับว่าเป็นอาจารย์ที่มีน้ำใจและเข้าใจ รวมถึงอยากเห็นผลผลิตของสังคมเป็นไปในลักษณะนี้ด้วยซ้ำ เพราะการที่เขาอยู่ในศาสตร์ของการพัฒนาชุมชนและสามารถแสดงออกทางการเมืองแบบนี้คิดว่าเหมาะสม เป็นสิงที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะมีแนวคิดแบบใดก็เป็นเสรีภาพของแต่ละบุคคลมากกว่า

ขณะที่นายสุรพจน์ ปลีกล่ำ นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อนร่วมชั้นของนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ผู้ถูกเรียกตัวจากตำรวจ ให้สัมภาษณ์ว่า นายชุติพงศ์ เป็นคนที่คิดอะไรแตกต่าง มีความคิดที่ไม่เหมือนคนอื่น และไม่ค่อยสนใจอะไรที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงจะพยายามหาข้อโต้แย้งอยู่ตลอด เมื่อต้องการพูดอะไร มักคำนึงตามใจของตนเองมากกว่าและคิดว่าความคิดเห็นของตนเองนั้นถูกเสมอ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่เพื่อนทำนั้นไม่ถูกเท่าไหร่ เพราะการที่เราอยู่ในสังคมแบบไหน เราจะต้องยอมรับกฎระเบียบของสังคมนั้น ๆ ส่วนการที่เขาเข้าไปร่วมในการชุมนุมนั้นก็เป็นสิทธิของตัวเขาเอง ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าผิดหรือถูก

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : นสพ.ประชาไทออนไลน์

ภาษาซาอุ โดย กาหลิบ


by TPNews, 2010-09-09 01:06:30

คอลัมน์ : เมืองไทยหรือเมืองใคร? เรื่อง : ภาษาซาอุ โดย : กาหลิบ

ความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียเป็นกรณีประวัติศาสตร์ที่มีความแปลกประหลาดมากที่สุดกรณีหนึ่ง เพราะเกิดขึ้นจากคดีขโมยเพชร การดำเนินคดีที่ยอกย้อน ยักยอก และยืดเยื้อยาวนาน การสังหารนักการทูตอย่างโหดร้ายทารุณ มาตรการโต้ตอบทางการเมืองและเศรษฐกิจที่รุนแรง ฯลฯ ที่ไม่อาจแก้ไขได้จนบัดนี้

ล่าสุดนี้ รัฐบาลปัจจุบันของไทยยังเพิ่มความขัดแย้งขึ้นอีก เมื่อเออออกับมติแต่งตั้ง พลตำรวจโทสมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภาค ๕ ผู้ต้องหาร่วมกับพวกทั้งห้าในการคดีการหายตัวของ นายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบียตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๓ ให้เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนใหม่

คดีที่กำลังระเบิดใส่หน้าท่านว่าที่คนนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดเห็นว่าหลักฐานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรวบรวมมานั้นเพียงพอและมีคำสั่งฟ้องแล้ว

แม้แต่ศาลก็นัดสืบพยานกันในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ นี้แล้วด้วย

แต่มาบัดนี้ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตำรวจ ก็ออกมาพูดอย่างชัดเจนเป็นสาธารณะว่าคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยฯ พบว่าพลตำรวจโทสมคิดฯ ไม่มีความผิดและจะเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นคือให้เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ทั้งที่มาตรา ๙๕ ของพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ บอกไว้ชัดเจนเป็นภาษาไทยว่าหลักปฏิบัติต่อตำรวจผู้เป็นจำเลยในคดีอาญาหรือคดีที่มีความผิดร้ายแรงนั้นจะต้องทำอย่างไร

ไม่ได้บอกให้ช่วยกันล้างความผิดและรีบเลื่อนตำแหน่งเป็นบำเหน็จรางวัลให้แน่

สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียจึงออกแถลงการณ์ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่า “...รู้สึกแปลกใจต่อความขัดแย้งระหว่างความหมายที่ชัดเจนใน พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ กับการปฏิบัติของคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ...” และ “...ความทุ่มเทของทั้งสองประเทศในการสะสางคดีที่คงค้างในปัจจุบันเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศโดยตรงเกรงว่าจะประสบความล้มเหลว...”

หลังจากออกฉบับแรกไปเมื่อ ๓ กันยายน ๒๕๕๓ อีกสามวันต่อมาในวันที่ ๖ ก็ออกอีกหนึ่งฉบับด้วยน้ำเสียงและเนื้อหาที่ “แรง” กว่าเดิม

สถานเอกอัครราชทูตฯ รู้สึก “...กังขาว่าการแต่งตั้ง พลตำรวจโทสมคิด บุญถนอม ไม่เพียงแต่ละเมิดกฎหมายไทย แต่ยังขัดขวางโอกาสที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมด้วย...”

และ “...ซาอุดีอาระเบียคาดหวังจะได้เห็นความโปร่งใส ยุติธรรม และการไม่แทรกแซงคดีนี้...”

ตามภาษาและท่าทีทางการทูต แถลงการณ์ฉบับแรกและฉบับที่สองซึ่งห่างกันเพียงสามวัน และเนื้อความในฉบับหลังที่ชี้ถึงพฤติกรรม “ขัดขวาง” กระบวนการยุติธรรมของทางการไทย และดักคอว่าอาจจะมีการ “แทรกแซงคดี” นั้น คือการแสดงออกที่ชัดเจนโดยไม่ต้องตีความว่าซาอุดีอาระเบียเข้าใจซาบซึ้งทีเดียวว่าเกิดอะไรขึ้นในห้วงเวลา ๒๐ ปีที่ผ่านมาจนกระทั่งบัดนี้

และหนักใจขนาดไหนที่จะคบค้าสมาคมกับไทยต่อไป

คิดแบบใจเขาใจเราดูบ้าง ถ้าคนของเราถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือคนเลวของประเทศอื่น แล้วพบว่ารัฐบาลของประเทศนั้นๆ ปกป้องคนเลวและแต่งตั้งคนเลวคนนั้นให้ดำรงตำแหน่งที่ก้าวหน้าขึ้น ทั้งที่เราประท้วงต่อต้านอย่างชัดแจ้งมาโดยตลอด เราจะรู้สึกอย่างไร จะอยากคบกับประเทศนั้นต่อไปหรือไม่

นี่ล่ะครับคือความเห็นแก่ตัว ใจดำ และโลกแคบของผู้มีอำนาจในเมืองไทยปัจจุบัน ไม่สนใจใครอีกแล้วในโลกนี้ นอกจากตัวเองและผลประโยชน์โดยตรงของตน ขนาดคนชั่วที่ตัวเองใช้ไปฆ่าฟันและทำลายล้างศัตรูทางการเมืองอย่างผิดกฎหมายก็ส่งเสริมได้อย่างหน้าด้านๆ

ไม่ต้องเอา กอ.รมน. มาเตรียมการปิดประเทศอย่างพม่าหรอกครับ เดี๋ยวนี้แค่หาคนที่เขาอยากคบไทยก็ยากแล้ว.

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
TPNews (Thai People News) : ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย โดยทีมงานมืออาชีพ เที่ยงตรง ไม่บิดเบือน ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146 ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 10.00-18.00 น.) e-mail : tpnews2009@gmail.com บล็อก : http://wwwthaipeoplenews.blogspot.com/

คอป.จ้าง 30 มืออาชีพค้นหาความจริงสลายเสื้อแดง


TPNews, 2010-09-09 00:42:25

วานนี้ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เป็นประธานจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ว่าด้วยการสอบสวนความจริง หรือ Truth Seeking (ทีมงานค้นหาความจริง) ที่ได้จัดจ้างบุคลากรที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวน สิทธิมนุษยชน เอ็นจีโอ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง มาร่วมดำเนินการประมาณ 30 คน โดยมีวาระการทำงานเป็นเวลา 2 ปี โดยเจ้าหน้าที่ คอป. ทั้งหมดจะลงพื้นที่ไปหาข้อมูลและค้นหาความจริงจากกลุ่มผู้ชุมนุม หรือกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุม เม.ย.-พ.ค. ที่ผ่านมา

นายคณิต กล่าวว่า ประชาชนหรือองค์กรใด สามารถให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ข้อมูลอิเล็กทรอนิค ได้ทาง www.thaitruthcommission.org หรืออีเมล์ trc@oja.go.th และตู้ปณ. 56 ปณจ. หลักสี่ กทม. 10210 หรือติดต่อด้วยตนเองที่ สำนักงานคอป. อาคารบี ชั้น 9 ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. 10210 หมายเลขโทรศัพท์ 02143-8353

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : โลกวันนี้

ศอฉ.ย้ำยังต้องคงพรก.ฉุกเฉิน-ห่วงบิดเบือนข่าวสาร


by TPNews, 2010-09-09 00:28:18

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน แถลงว่า ที่ประชุม ศอฉ. ยังเห็นสมควรต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลและระงับการก่อเหตุ โดยจากข้อมูลข่าวสารยังมีการเคลื่อนไหวของบางกลุ่ม และเหตุระเบิดต่างๆ

ที่ประชุม ศอฉ. ยังแสดงความห่วงใยการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่เพิ่มมากขึ้น ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุมที่ผ่านมา เห็นว่าการดำเนินการต่างๆ ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมขอร้องประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : โลกวันนี้

ทักษิณหวนทวีต วอนอย่าดึงสถาบันฯ

by TPNews, 2010-09-09 00:24:40

เมื่อ 8 ก.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวีตข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ว่า “ผมต้องขอโทษที่หายไปนานและขอขอบคุณแฟนทวิตเตอร์ ทุกท่านที่แสดงความห่วงใย ขอเรียนว่าสุขภาพแข็งแรงดี ที่เงียบไปเพราะอยากให้เกิดความปรองดองในชาติ อยากให้ทุกฝ่ายได้หยุดคิดว่า 4 ปีหลังจากปฏิวัติ ท่านมีความสุขขึ้นหรือแย่ลงหรือน่าจะดีขึ้นแต่ไม่ดีขึ้น ทำไมคนไทยด้วยกันต้องเข่นฆ่ากัน เอาเรื่องกัน ทำไมเราใช้ทุกสถาบันที่สำคัญและที่เคารพนับถือของเราเพื่อประโยชน์ฝ่ายตนอย่างขาดสติจนเกิดความเสียหายและบอบช้ำไปหมดจนไม่รู้จะเริ่มแก้ตรงไหน แน่นอนครับบางคนบางกลุ่มอาจได้ประโยชน์แต่ขอให้มองยาวๆ คิดอย่างมีสติคงไม่ อะไรดีกว่าที่คนในชาติจะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”

พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุอีกว่า “ผมเงียบก็จริงแต่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใยและเป็นห่วงยิ่งต่อสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเรื่องการก่อความไม่สงบและการสร้างสถานการณ์ ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ การวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ที่เคารพยิ่งของเรา ผมขอกราบงามๆ ทุกฝ่ายโดยเฉพาะผู้ที่บอกว่ารักผม และสนับสนุนผม ท่านจะต้องเข้าใจว่าตลอดชีวิตผมและครอบครัวมีแต่ความจงรักภักดีต่อสถาบัน ผมได้รับสมรสพระราชทาน ผมจบสามพราน สมเด็จฯ พระราชทานคุณหญิงให้คุณหญิงอ้อ คุณพ่อคุณหญิงอ้อเป็นตำรวจราชองครักษ์ ดังนั้นผมจึงขอให้ผู้ที่เป็นแนวร่วมในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง และเพื่อความยุติธรรมของบ้านเมืองได้ร่วมสนับสนุนให้เกิดความปรองดองอย่าง แท้จริงในบ้านเมืองเพื่อให้เกิดการหยุดเผาบ้านเพื่อจับหนูตัวเดียวทั้งๆ ที่ หนูก็ไม่ได้อยู่ในบ้านด้วย”

อดีตนายกฯ ยังระบุว่า

1.ประณามการก่อความไม่สงบและการสร้างสถานการณ์ใดๆ เพื่อความสันติและความมั่น คงของชาติ

2.ประณามการแอบอ้างสถาบันเพื่อประโยชน์ทางการเมืองและประโยชน์แห่งตน ตลอดจนประณามผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันในทุกรูปแบบ ทั้งนี้เพราะสถาบันทรงอยู่เหนือการเมือง

3.ขอวิงวอนให้ทุกสี ทุกพรรค ทุกฝ่าย เลิกรักหน้ารักษ์ตาโดยพูดเอาความดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น หยุดพูดให้เพิ่มความขัดแย้งขอให้มองสู่อนาคตของชาติและลูกหลานร่วมกัน

4.ขอให้เกิดมีการเยียวยาแก่ผู้ที่ต้องรับเคราะห์กรรมจากความขัดแย้งครั้งนี้ทุกฝ่าย ไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งตาย บาดเจ็บ หรือบาดเจ็บสาหัส อย่างเหมาะสม

5.ขออย่าได้ห่วงเรื่องของผม ถึงแม้ว่าผมจะหนักหนากว่าใคร แต่ก็ยังนับไม่ได้กับความบอบช้ำของบ้านเมืองและของประชาชนโดยรวม ผมขอเป็นฝ่ายช่วยและสนับสนุนให้เกิดความปรองดองขึ้นจริง

ผมขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ออกมาขานรับการปรองดอง สิ่งสำคัญอยู่ที่ใจที่เป็นกุศลมีเมตตา หยุดรักษาฟอร์มต้องทำจริง ขณะที่ผมกำลังทวีตอยู่มีแฟนทวิตเตอร์ เข้ามาร่วม 200 ท่านส่วนใหญ่เห็นด้วย มีบ้างที่ไม่พอใจผม ก็ต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจและขออภัยที่ตอบไม่ได้ทุกท่าน

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : ข่าวสดออนไลน์

วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

“อภิสิทธิ์” ส่ง “ชินวรณ์-ถาวร” ลงพื้นที่ 3 จว.ใต้ อ้างติดประชุมสภาฯ


by TPNews, 2010-09-09 00:15:43

8 ก.ย. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายประจักษ์ แก้วกล้าหาญ ประธานส.ส.พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า 8 ส. และ1 ส.พิเศษ จะจับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง และดึงส.ส.พรรคต่างๆ ไปร่วมตั้งพรรคใหม่ในช่วงนี้ว่า ตนไม่ทราบเรื่องและไม่เคยเจอใครในรายชื่อที่อ้าง ยอมรับเคยเจอบางคนบ้างในงานวันเกิดผู้ใหญ่ แต่ไม่ได้คุยกัน ข่าวนี้ตนไม่อยากเดาและนึกเหตุผลเรื่องนี้ไม่ออก

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวจะแยกตัวจากพรรคเพื่อไทยไปตั้งพรรคใหม่ และเป็นไปได้หรือไม่ที่จะไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ตนโดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง และมักโดนอ้างชื่อเสมอๆ ปีที่แล้วตนตั้งสถาบันสร้างสรรค์ไทย โดยหารือในเรื่องที่มีประสบการณ์กับฝ่ายต่างๆ และเสนอความเห็นไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองบางด้าน เพราะไม่อยากให้ความรู้ที่มีต้องเสียเปล่า ส่วนเรื่องตั้งพรรคใหม่นั้นยังไม่ถึงเวลา และมันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า พรรคเพื่อไทยเคยปรึกษาเรื่องต่างๆ บ้างหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า สิ่งใดที่แนะนำได้ก็ให้ไป แต่ตนไม่ได้เกี่ยวพันกับพรรคเพื่อไทยโดยตรง เพราะโดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ตอนนี้คนไทยยังเป็นศัตรูกัน ก็ลำบาก เมื่อถามถึงการที่พรรคเพื่อไทยเสนอแผนปรองดอง 5 ข้อกับรัฐบาล คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ตนเห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทยที่เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะวันนี้ประเทศชาติและประชาชนบอบช้ำมามากแล้วกับวิกฤติทางการเมืองที่ต่อเนื่องมา 4-5 ปี ตอนนี้คนที่ลำบากคือคนไทย ไม่ใช่นักการเมือง ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะมานั่งร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ รัฐบาลในฐานะเป็นผู้ถืออำนาจ ต้องมีความจริงใจ เปิดใจกว้างพอที่จะเป็นเจ้าภาพเปิดเวทีเชิญทุกฝ่ายมาร่วมหารือให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ และทำอย่างไรที่จะปกป้องสถาบันหลักของเราไว้ไม่ให้แปดเปื้อน ถูกบางฝ่ายเอาไปเป็นเครื่องมือในการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ และต้องไม่ให้อำนาจอื่นเข้ามาแทรกแซง

"เชื่อว่ามีโอกาสที่จะเริ่มต้นเจรจากันได้ เพียงแต่รัฐบาลอย่ามัวคิดถึงผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น อย่าคิดแต่จะเอาเปรียบทางการเมืองกันเลย ส่วนประเด็นที่ยังโทษกันไปโทษกันมา ต้องแยกแยะให้ออกว่าการปรองดองไม่ใช่จะไม่เอาผิดกับคนที่กระทำผิดกฎหมาย แต่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นธรรม และยุติธรรม กรณีที่โทษกันไปมาว่าใครผิด ใครสั่งฆ่าประชาชน ก็ต้องรับผิดชอบ ใครสั่งเผาบ้านเผาเมืองก็ต้องรับโทษ แต่ต้องมีการสอบสวนเอาข้อเท็จจริงออกมาให้ได้ รัฐบาลควรเคร่งครัดกับการบังคับใช้กฎหมาย ประเทศจะได้เดินหน้าไปได้ และผลักดันการปรองดองในส่วนที่ทำได้ แต่ไม่ควรมาไล่ระบุว่า ใครเผาเมือง ใครยิงใคร หากทำแบบนี้มันจะผลักความผิดและโทษกันไปมาและไม่จบ" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์